การประท้วงทั่วโลกนี้ ได้รับแรงบันดาลใจจากนักเคลื่อนไหวรุ่นเยาว์ชาวสวีเดนอายุ 16 ปี ที่ชื่อ เกรต้า ธันเบิร์ก ที่มาปักหลักประท้วงที่หน้ารัฐสภาในเมืองหลวงของประเทศเมื่อปีที่แล้ว เพื่อเรียกร้องให้ผู้นำโลกจัดการแก้ปัญหาเรื่องโลกร้อน จนเธอได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลโนเบลสันติภาพทางผู้จัดการหวังที่จะให้เรื่องนี้เป็นกระแสใหญ่ โดยผลักดันให้นักเรียนนักศึกษาทั่วโลก ตั้งแต่ทวีปเอเชีย ยุโรป แอฟริกา จนถึงอเมริกาใต้ จัดการชุมนุมมากถึง 1000 งานในมากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก โดยนักเรียนนักศึกษาจำนวนมากพากันขาดเรียน เพื่อมาร่วมในงานนี้ และถือได้ว่างานนี้เป็นการชุมนุมว่าด้วยเรื่องโลกร้อนครั้งใหญ่ที่สุดของโลก โดยมีเข้าร่วมงานหลายแสนคน
บรรดานักเรียนและเยาวชน รวมถึงประชาชนทั่วไป ต่างก็พากันชูป้ายที่บอกว่า" ไม่มีแผน บี" คุณทำลายอนาคตของเรา และ "ถ้าพวกผู้ใหญ่ไม่ลงมือทำ เราจะทำเอง"
อย่างที่กรุงซานดิเอโก ของชิลี มีผู้มาร่วมชุมนุมเดินขบวนหลายพันคน มีการเต้นรำและตีกลองเพื่อบอกว่าถึงความต้องการการเปลี่ยนแปลงเพื่อประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม พวกเขาบอกว่าประชาชนควรต้องรู้ว่าพวกเขาทำอะไรต่อโลก และเราสามารถทำให้มันดีขึ้นได้ในอนาคต อย่างตอนนี้ พลังงานที่ใช้ในประเทศ เกิอบ 20% มาจากพลังงานหมุนเวียน เพิ่มจากปี 2556 ที่มีแค่ 6%