เนชั่นทีวี

ข่าว

(คลิปข่าว) พปชร.เปิดหมัดเด็ดโค้งสุดท้าย เปิด 3 แนวทาง

14 มี.ค. 2562 | wanchat

(คลิปข่าว) พปชร.เปิดหมัดเด็ดโค้งสุดท้าย เปิด 3 แนวทาง

ความเคลื่อนไหวพรรคพลังประชารัฐวันนี้ มีการแถลงนโยบายหมัดเด็ด ในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียง จะชูนโยบายอะไรยังไงบ้าง ติดตามจากคุณอโนทัย สกุลทอง ผู้สื่อข่าวเนชั่นทีวี

"พปชร. ปล่อยหมัดเด็ด 3แนวทางรวย เพิ่มรายได้เกษตรกร ข้าวผลักดันให้ถึง12,000บาท /ยางพารา 65บาท สร้างความเท่าเทียม ขจัดความเหลื่อมล้ำ ย้ำจุดยืนไม่ขัดแย้งกับใคร เคารพกติกา เพื่อสร้างความปรองดอง ยืนยัน ไม่นิรโทษให้คนโกง คนผิด มั่นใจทุกนโยบายทำได้จริง และทำทันทีหลังเป็นรัฐบาล"
หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ อุตตม สาวนายน พร้อมด้วย รองหัวหน้าพรรคฯ สุวิทย์ เมษินทรีย์ /เลขาธิการพรรค สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ร่วมกันแถลงหมัดเด็ดนโยบายโค้งสุดท้ายของการหาเสียงพองพรรค ว่า ประเทศไทยต้องรวยด้วยพลังประชารัฐ 3แนวทางรวย คือ รวยความสงบ รวยความสุข และอนาคตจะต้องรวยด้วยความหวัง ซึ่งจะทำให้เกิดขึ้นจริงและทำได้อย่างยั่งยืน และไม่เป็นภาระให้กับประเทศ
โดยรวยความสงบ นายสนธิรัตน์ บอกว่า เป็นสิ่งที่พปชร.ให้ความสำคัญ ซึ่งย้ำจุดยืนของพรรคที่ไม่เป็นคู่ขัดแย้ง และหลอมรวมกับทุกฝ่าย แม้จะมีการพยายามผลักให้เป็นคู่ขัดแย้งก็ตาม และ พปชร.พยายามที่จะหาจุดยืนเพื่อหาทางออกของประเทศ และจะเป็นฝ่ายปรองดองและ พปชร.เป็นพรรคที่เคารพกติกา ไม่วิพากวิจารณ์กติกา และเดินตามกติกา ซึ่งกติกาคือพื้นฐานแรกของความสงบ หากจะล้มล้างกติกา คือการพยายามเริ่มความไม่สงบ และยืนยันว่าจะไม่นิรโทษกรรมคนผิด คนผิดต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม จากนั้นจึงจะนำประเทศไทย คนไทยกลับมารวยความสงบได้
ส่วนการรวยความสุข นายสุวิทย์ บอกว่า จะต้องลดความเหลือดล้ำ ทำให้เกิดความเท่าเทียม ซึ่ง มองว่า บัตรประชารัฐ จะเป็นคำตอบของการลดความเหลื่อมล้ำ โดยจะเพิ่มคนจากเดิม 14.5ล้านคน แต่ยังมีอีก3-4ล้านที่ต้องการบัตรนี้ และจะเพิ่มสิทธิของคนพิการ ผู้สูงวัย สตรี และผู้ใช้แรงงาน เพื่อเป็นการสร้างความเท่าเทียม /พักหนี้กองทุนหมู่บ้าน 3ปี เพื่อให้ประชาชนหมดหนี้ และมีเงินออม /รวมถึงนโยบายมารดาประชารัฐ ซึ่งจะดูแลตั้งแต่อยู่ในตั้งครรภ์ ซึ่งเชื่อว่านโยบายเหล่านี้จะขจัดความยากจน ขจัดความเหลื่อมล้ำ ได้
ด้านนายอุตตม บอกด้วยถึงการรวยคงามหวังว่า จะต้องให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจ เกษตรกรต้องรวยด้วยการพัฒนา และรวยอย่างมั่นคงยั่งยืน ซึ่งพรรคจะได้วางกลไกราคาพืชพลทางการเกษตร เพื้อผลักดันให้ไปสู่เป้าหมาย โดยตั้งเป้าว่าข้าวเจ้าจะต้องมีราคา 12,000บาท/ตัน/ ข้ามหอมมะลิ 18,000บาทต่อตัน /ยางพารา 65บาทขึ้นไปต่อกิโลกรัม
-ค่าแรงขั้นต่ำ 400-425บาท /ปริญญาตรี20,000บาท /อาชีวะ 18,000บาทรวมถึงการลดภาษีนิติบุคคลธรรมดา10% รายได้ต่ำกว่า200,000บาทต่อปี ไม่ต้องเสียภาษี/ ยกเว้นภาษีเด็กจบใหม่5ปี /ยกเว้นภาษีพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์2ปีเพื่อเป็นการลดความเหลื่อมล้ำทางด้านโครงสร้างภาษี
-ช่วยปล่อยเงินก็ดอกเบี้ยต่ำให้ SME
-สร้างโชว์ห่วยประชารัฐด้วยีะบบดิจิตอลให้ต้นทุนลดลง และจะสร้างทุกตำบลในประเทศไทย ให้สินเชื้อ1ล้านบาทกับร้านโชว์ห่วยเพื่อปรับตัว เพื่อเป็นการลดต้นทุนเพิ่มรายได้
โดยนโยบายเหล่านี้จะทำทันทีเมื่อได้เข้าเป็นรัฐบาลและจะทำได้จริง ซึ่งมีแหล่งที่มาของรายได้ ตั้งเป้าการเพิ่มรายได้ให้กับประเทศเป็น 19ล้านล้านบาท ภายในปี 2565 โดยจะปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ แบบเศรษฐกิจดิจิตอล ขับเคลื่อนด้วยภาคเกษตรจะต้องมีรายได้เพิ่มขึ้น 2ล้านล้านบาทภายในปี 2565 /ตั้งเป้าด้านการท่องเที่ยวเป็น 4.5ล้านล้านบาท ภายในปี 2565
และแหล่งที่มาของเงินทั้ง เรื่อของปฏิรูประบบการจัดเก็บภาษี /เก็บภาษีผู้ประกอบการธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ในต่างประเทศ/ปฏิรูปการบริหารสินทรัพย์ของประเทศ เช่น กรมธนารักษ์ /และอื่นๆด้วย

ข่าวล่าสุด