สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำในพื้นที่จังหวัดหนองคาย ล่าสุดพบว่าปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 4 แห่งที่อยู่ในจังหวัดหนองคาย มีปริมาณน้ำภายในอ่างรวมเพียง 10.858 ล้าน ลบ.เมตร คิดเป็นเฉลี่ยเพียงร้อยละ 46.862 ของความจุเก็บกัก อ่างเก็บน้ำที่ปริมาณน้ำในอ่างเหลืออยู่มากที่สุดคืออ่างเก็บน้ำห้วยทอนตอนบน มีปริมาณน้ำภายในอ่าง 6.427 ล้าน ลบ.เมตร คิดเป็นร้อยละ 82.397 รองลงมาคืออ่างเก็บน้ำห้วยหินแก้ว มีปริมาณน้ำ 2.327 ล้าน ลบ.เมตร คิดเป็นร้อยละ 58.175
ส่วนอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณเหลือในอ่างน้อยจนน่าเป็นห่วง คืออ่างเก็บน้ำห้วยเปลวเงือก เหลือปริมาณน้ำภายในอ่างเพียง 0.799 ล้าน ลบ.เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 29.055 ของความจุเก็บกักเท่านั้น และที่มีปริมาณน้ำในเหลือน้ำที่สุดคือ อ่างเก็บน้ำห้วยบังพวนที่ขณะนี้มีปริมาณน้ำในอ่างเหลือเพียง 1.305 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 15.139 เท่านั้น ซึ่งคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำได้ขอให้เกษตรกรงดการปลูกข้าวนาปรัง หันมาปลูกพืชใช้น้ำน้อยแทน.
ขณะที่จังหวัดนครราชสีมา สถานการณ์น้ำแล้งเริ่มน่าเป็นห่วง หลังประสบปัญหาฝนทิ้งช่วงในปีที่ผ่านมา ทำให้แหล่งน้ำตามธรรมชาติมีไม่เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภค โดยที่ตำบลมะค่า อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา ชาวบ้านเริ่มเตรียมพร้อมรับมือกับปัญหาขาดแคลนน้ำโดยการนำเครื่องสูบน้ำมาสูบผันน้ำจากบึงเก็บน้ำละเริง ซึ่งเป็นบึงน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ที่สุดของพื้นที่ แต่ปัจจุบันก็เหลือน้ำกักเก็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น