ด้านนายสุริยะ ที่เชิญชวนให้ประชาชนเลือกพรรคพลังประชารัฐเป็นรัฐบาล พร้อมประกาศปลดหนี้ให้กับประชาชนที่เป็นหนี้กองทุนหมู่บ้าน ผ่านนโยบายของพรรคพลังประชารัฐ คือ พักหนี้กองทุนหมู่บ้าน 3 ปี และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ผ่านการตั้งกองทุนประชารัฐ หมู่บ้านละ 2 ล้านบาท พร้อมระบุว่า สาเหตุที่ต้องกลับมาเล่นการเมืองอีกครั้ง เพราะเห็นความยากจนของประชาชน ที่สำคัญ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี มาขอให้ช่วยกันทำงานเพื่อประเทศ เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นคนดี ตั้งใจทำเพื่อประเทศชาติ
ขณะที่นายอนุชา ขึ้นปราศรัยต่อว่าตนรู้ถึงหัวใจของประชาชนส่วนใหญ่ และ ชาวนาของประเทศที่ลำบาก เพราะเป็นหนี้ ไม่ว่าผ่านมากี่รัฐบาลไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ทุกวันนี้มีแต่คนพูดถึงการสืบทอดอำนาจ แต่ไม่เคยพูดถึงความกินดี อยู่ดี และการปลดหนี้ให้ประชาชน ทั้งที่เงินบาทแรกที่หมุนเวียนและเป็นเส้นเลือดใหญ่ของระบบเศรษฐกิจในประเทศ คือ เงินของเกษตรกร ดังนั้นสิ่งที่พรรคพลังประชารัฐตกผลึกเพื่อช่วยแก้ปัญหา คือ เริ่มจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อให้ประชาชนอยู่ได้ ต่อจากนั้นคือ การการันตีราคาพืชผล และเติมเงินให้เกษตรกร โดยราคาอ้อยต้องไม่ต่ำกว่า 1,200 บาท และ ราคายาง ไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 65 บาท, การันตีราคาข้าว 2,000 บาทต่อไร่ ไม่เกิน 20ไร่ ขณะที่การปลูกข้าว จะเติมเงินให้ 1,500 บาทต่อไร่ ทั้งนี้พวกเราตั้งใจและสู้ตาย เพื่อทำงานให้ประชาชนทั้งประเทศหายจากความยากจน เราจะไม่เข้าสู่การเมืองเพื่อแสวงหาอำนาจ หรือสร้างความขัดแย้งแตกแยกทางการเมือง
ส่วนนายกอบศักดิ์ กล่าวว่า ตนเองก็เป็นชาวโคราช เพราะครอบครัวเป็นคนโคราช รวมถึงตนก็เคยบวชแถวนี้ จึงมาขอเสียงชาวโคราช และถึงแม้ พล.อ.ประยุทธ์ จะไม่ได้มา แต่ก็ได้ยินเสียงประชาชน ขณะเดียวกัน พรรคพลังประชารัฐ เริ่มมาเป็นระยะเวลา 4 เดือน แต่ทุกโพลคะแนนไม่ลำดับ 1 ก็ลำดับ 2 เพราะมีนโยบายต่างๆที่ตอบโจทย์ประชาชน อาทิ บัตรประชารัฐ พักหนี้กองทุนหมู่บ้าน 5 ปี มารดาประชารัฐ สปก.4.0 ช่วยค่าเก็บเกี่ยวข้าว รวมถึงจากนี้ จะช่วยคนจนที่ไม่มีบ้าน ด้วยการเดินหน้าบ้านล้านหลัง บ้านมั่นคง บ้านพอเพียง