เจ้าหน้าที่เกาหลีใต้ เปิดเผยว่า รัฐบาลได้เสนอร่างกฎหมายใหม่ที่กำหนดให้ปัญหาฝุ่นละอองเป็นภัยพิบัติทางสังคมเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติ และคาดว่าจะผ่านความเห็นชอบในไม่ช้า และเมื่อมลพิษฝุ่นละอองถูกกำหนดเป็นภัยพิบัติ รัฐบาลจะกำหนดเกณฑ์มาตรฐานในการประเมินความเสียหายและออกมาตรการสนับสนุน
ในวันเดียวกันรัฐบาลเริ่มบังคับใช้มาตรการฉุกเฉินเพื่อลดฝุ่นละอองใน 12 เมืองและจังหวัด หลังฝุ่นละอองขนาด PM 2.5 อยู่ในระดับอันตรายติดต่อกัน 5 วัน โดยในกรุงโซล มีฝุ่น PM 2.5 สูงถึง 130 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และการบังคับใช้มาตรการฉุกเฉินครอบคลุมถึงเกาะเชจูเป็นครั้งแรก มาตรการนี้มีทั้งยกเลิกการเรียนและกิจกรรมกลางแจ้งในโรงเรียนประถมและมัธยมทุกแห่ง ลดชั่วโมงทำงานในโรงไฟฟ้าพลังถ่านหินและพื้นที่ก่อสร้าง และจำกัดจำนวนรถยนต์ของข้าราชการที่วิ่งบนถนน เป็นต้น
ขณะเดียวกันรายงานผลการสำรวจของกรีนพีซ และแอร์วิชวล พบว่า 22 เมืองจาก30 เมืองที่มีระดับฝุ่นละอองมากที่สุดในใลกล้วนอยู่ในอินเดีย และเมืองคุร์เคาน์ที่อยู่ใกล้กรุงนิวเดลีของอินเดียเป็นเมืองที่มีฝุ่นละอองมากที่สุดในโลก โดยมีดัชนีคุณภาพอากาศเฉลี่ยอยู่ที่ 135.8 ในปีที่แล้ว สูงเกินกว่าระดับปลอดภัยตามเกณฑ์มาตรฐานของสหรัฐเกือบ 3 เท่า
และ 64% จาก 3,000 เมืองทั่วโลกที่ตรวจวัดมลพิษในรายงานฉบับนี้มีปริมาณฝุ่น PM 2.5 เกินกว่าเกณฑ์ขององค์การอนามัยโลกหรือ WHO โดยทุกเมืองในตะวันออกกลางและแอฟริกามีค่าฝุ่น PM 2.5 เกินเกณฑ์ ขณะที่หลายเมืองในจีนมีสถานการณ์ดีขึ้น แต่หลายชาติในเอเชีย โดยเฉพาะเกาหลีใต้ อินโดนีเซีย เวียดนาม และไทยมีปริมาณฝุ่นเพิ่มขึ้นอย่างมาก นอกจากนี้รายงานระบุด้วยว่า มลพิษจะทำให้เกือบ 7 ล้านคนทั่วโลกเสียชีวิตก่อนวัยอันควรในปีหน้า