ผลสำรวจนี้แถลงโดย ศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า และ ดอกเตอร์ สติธร ธนานิติโชติ รักษาการผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมเพื่อประชาธิปไตย สถาบันพระปกเกล้า โดยเป็นการสำรวจความคิดเห็นครั้งที่ 4 ระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ถึง 2 มีนาคม
ผลสำรวจพบว่า คุณสมบัติที่ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 80.5 ตัดสินใจเลือกผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต คือความซื่อสัตย์ มีคุณธรรม รองลงมาร้อยละ 74.2 เลือกผู้ที่มีวิสัยทัศน์และความคิดก้าวหน้า ร้อยละ 43.5 พิจารณาเปรียบเทียบจากตัวบุคคลที่เป็นผู้สมัครในเขตนั้น ตรงนี้น่าสนใจ ร้อยละ 36.8 เลือกจากพรรคที่ผู้สมัครสังกัด ขณะที่ร้อยละ 19.7 เลือกเพราะรายชื่อที่พรรคเสนอให้เป็นนายกรัฐมนตรี
ส่วนปัจจัยในการตัดสินใจเลือกพรรคการเมือง ร้อยละ 96.5 เลือกเพราะนโยบายของพรรค ร้อยละ 58.9 เลือกที่หัวหน้าพรรคและผู้นำพรรค ร้อยละ 55.7 ตัดสินใจเลือกจากแนวทางการดำเนินการทางการเมืองของพรรค
ส่วนการตัดสินใจเลือกนายกรัฐมนตรี ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 87.1 เลือกผู้ที่มีคุณธรรม ซื่อสัตย์สุจริต และร้อยละ 81.5 เลือกผู้ที่มีความโปร่งใสในการทำงาน
ผลสำรวจยังพบว่าประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 95.8 มีความมุ่งมั่นในการออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ขณะที่คนที่ตัดสินใจไม่ไปเลือกตั้งแน่นอนมีเพียง ร้อยละ 0.7 และประชาชน ร้อยละ 65.6 มีความเชื่อมั่นว่า "หนึ่งเสียง" ของตนเองสามารถเปลี่ยนประเทศได้
ศาสตราจารย์วุฒิสาร บอกว่า จากผลสำรวจที่พบว่าประชาชนส่วนใหญ่มุ่งมั่นจะออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง และเชื่อมั่นว่าหนึ่งเสียงของตนสามารถที่จะเปลี่ยนประเทศไทยได้นั้น เป็นการสะท้อนให้เห็นว่าการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 24 มีนาคมนี้ จะสะท้อนเจตจำนงที่แท้จริงของประชาชนที่ต้องการเปลี่ยนประเทศอย่างแน่นอน