กระทั่งระยะหลังไม่มีการจ่ายติดต่อเป็นเวลานานและยอดเงินที่ค้างก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบันเป็นเงินรวมกว่า 2,700,000 บาท ร้านจึงทวงถามกับทางโรงเรียน ก็ได้รับคำตอบว่ามีปัญหาเรื่องการเบิกจ่ายเงิน ให้ไปสอบถามกับทางผู้บริหารเอง จากนั้นจึงตัดสินใจไปสอบถามกับผู้บริหารโรงเรียนดังกล่าวก็ได้รับคำตอบเหมือนเดิม พร้อมบอกถ้าอยากได้เงินที่ค้างก็ให้ไปฟ้องร้องเอาเอง
ที่ผ่านมาได้นำเอกสารหลักฐานไปร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด และร้องกับเขตพื้นที่การศึกษาฯ แต่ก็ไม่เป็นผล เพียงให้ไปเจรจาไกล่เกลี่ยกัน ซึ่งทางโรงเรียนก็ยอมรับว่าได้สั่งซื้อมาใช้ที่ ร.ร.จริง แต่ไม่สามารถเบิกเงินมาจ่ายให้ได้ แต่จู่ๆ ทาง ร.ร.กลับไปสั่งซื้อวัสดุอุปกรณ์จากร้านอื่นมาใช้แทน จากกรณีที่เกิดขึ้นทำให้ทางร้านได้รับความเสียหายและเดือดร้อน ขาดเงินหมุนเวียนในการดำเนินกิจการ ทั้งต้องเป็นหนี้ธนาคาร และต้องจ่ายค่าจ้างพนักงานอีก จึงไม่รู้จะทำยังไงก็เลยตัดสินใจขึ้นป้ายและโพสต์เพื่อวอนขอความเห็นใจจากทางโรงเรียน และกระทรวงศึกษาฯให้ช่วยเหลือ เพราะอยากให้ทางโรงเรียนจ่ายเงินที่ค้างอยู่ และยืนยันจะติดป้ายจนกว่าจะได้เงินคืน