ขณะที่อีกด้านมีข้อมูลจากฝั่งรัฐบาลและผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์ที่มองว่า "ร่าง พ.ร.บ.ไซเบอร์" ร่างสุดท้ายที่ผ่านความเห็นชอบจาก สนช. ได้ลดดีกรีการละเมิดสิทธิ์และจำกัดเสรีภาพลงพอสมควร โดยการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่ต้องผ่านการตรวจสอบจากศาลก่อนเกือบทุกขั้นตอน มีเฉพาะกรณีภัยคุกคามไซเบอร์ระดับวิกฤติเท่านั้นที่เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการแก้ไข ระงับยับยั้งได้เลยโดยไม่ต้องขออำนาจศาล แต่ก็ต้องรายงานศาลในภายหลัง
ร่าง พ.ร.บ.ไซเบอร์ กำหนดให้มีคณะกรรมการระดับชาติ รับผิดชอบการป้องกันและแก้ไขภัยคุกคามทางไซเบอร์ ใช้ชื่อว่า คณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ หรือ กมช.ซึ่งดูแลในระดับนโยบาย แต่ฝ่ายปฏิบัติจริงๆ คือ คณะกรรมการกำกับดูแลด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ หรือ กกม.โดยแบ่งภัยคุกคามไซเบอร์ออกเป็น 3 ระดับ คือ ระดับไม่ร้ายแรง ระดับร้ายแรง และระดับวิกฤติ
กรณีที่คาดว่าจะเกิดภัยคุกคามทางไซเบอร์ในระดับร้ายแรงให้ กกม.มีอำนาจขอข้อมูลจากบุคคลใดก็ได้ และสามารถเข้าไปในสถานประกอบการที่เกี่ยวข้องหรือคาดว่าเกี่ยวข้องกับภัยคุกคามได้ แต่ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ครอบครองสถานที่ก่อน