ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนากล่าวว่า "นโยบายประเทศไทย 9 หน้า 9 ไกล ไทยไร้ปัญหา" นั้น พรรคชาติพัฒนาได้จัดทำและเสนอต่อประชาชนในการเลือกตั้งครั้งนี้เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจรากหญ้าในปัจจุบันและสร้างสรรค์เศรษฐกิจไทยให้มีเสถียรภาพและมีความยั่งยืน และยุติปัญหาความขัดแย้งภายในชาติ พรรคชาติพัฒนาจะทำงานทางการเมืองให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าวด้วยนโยบาย 9 หน้า 9 ไกล ไทยไร้ปัญหาดังนี้
ก้าวที่ 1 นโยบายการศึกษา
เพื่อเป็นการพัฒนาบุคลากรของชาติที่สามารถรองรับความเปลี่ยนแปลงของโลกและเป็นกำลังสำคัญด้านเศรษฐกิจให้แก่ประเทศ เพิ่มหลักสูตรการเรียนการสอนแบบ 2 ภาษา เพื่อให้เด็กไทยมี 2 ภาษา คือ ภาษาไทยและภาษาต่างชาติอีก 1 ภาษา และให้มีห้องเรียนระบบดิจิทัลให้ทั่วถึง สร้างครูรุ่นใหม่ ครูเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาเด็กไทยให้เรียนทันเทคโนโลยี โดยจัดให้มีทุนการศึกษาครูเทคโนโลยีทุกอำเภอ อำเภอละ 1,000,000 บาท ให้ทุกจังหวัดมีการจัดตั้งอุทยานการเรียนรู้แบบ TK Park เน้นการศึกษาของเด็กไทยรุ่นใหม่ ให้เป็นนักคิด นักอ่าน นักปฏิบัติ และสามารถนำเสนอผลงาน สร้างขวัญและกำลังใจให้แก่ครูด้วยการปรับโครงสร้างหนี้ครูทั่วประเทศ
ก้าวที่ 2 นโยบายเศรษฐกิจรากหญ้า
เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจให้แก่ประชาชนในระดับรากหญ้าและพี่น้องเกษตรกรในภาวะที่พืชผลเกษตรมีราคาตกต่ำ ให้มีการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการเพื่อเกษตรกร เริ่มต้นที่วงเงิน 20,000 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในเวลาที่พืชผลเกษตรราคาตกต่ำและเป็นทุนเบื้องต้นก่อนฤดูการผลิต เสริมสร้างประสิทธิภาพของภาคเกษตรให้เป็นเกษตรกรทันสมัย Smart Farmer ด้วยการนำเทคโนโลยีทันสมัยมาใช้ ปรับปรุงระบบชลประทานให้ทั่วถึง ระบบการตลาด และการจัดโซนนิ่งภาคเกษตรกรรม ปรับปรุงตลาดซื้อขายสินค้าล่วงหน้าให้ครอบคลุมสินค้าเกษตรประเภทอื่นๆ เพิ่มเติมนอกเหนือจากยางพารา เพื่อเป็นกลไกในการแก้ไขปัญหาสินค้าเกษตรราคาตกต่ำ จัดตั้งกองทุนกู้ยืมเพื่อ Smart SME 10,000 ล้านบาท เพื่อให้ผู้ประกอบการ SME และวิสาหกิจชุมชน OTOP นำไปปรับปรุงกิจการให้ทันสมัยโดยไม่คิดดอกเบี้ย พัฒนาตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์ ให้ SME สามารถเข้าตลาดเพื่อระดมทุนได้ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในหมู่บ้านและตำบล เพื่อกระจายรายได้จากนักท่องเที่ยวให้ทั่วถึง
ก้าวที่ 3 นโยบายสังคม
เพื่อแก้ไขปัญหาสังคมผู้สูงวัยและลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ขยายอายุการเกษียณเป็น 65 ปี เพื่อให้ผู้สูงอายุได้ใช้ประสบการณ์การทำงานให้เป็นประโยชน์ต่อสังคมมากขึ้น และเป็นการส่งเสริมคุณภาพชีวิต ความรัก ความสุขในครอบครัว และลดภาระของภาครัฐ สนับสนุนให้มีการสร้างอาคารพักอาศัย "บ้านเกษียณสำราญ" ด้วยค่าใช้จ่ายในอัตราต่ำ สร้าง "ศูนย์ดูแลผู้สูงวัย" ที่มีฐานะยากจนในแต่ละตำบลให้ได้รับการดูแลสุขภาพอย่างทั่วถึง เพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็น 2,000 บาทต่อเดือน ให้สิทธิ์ในการนำค่ารักษาพยาบาลของผู้สูงอายุหรือบิดามารดา มาลดหย่อนภาษีได้เป็นจำนวนเงินไม่เกิน 60,000 บาท ส่งเสริมให้ภาคเอกชนจ้างผู้สูงอายุทำงานและนำค่าจ้างมาลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า เพิ่มกำลังของชาติและให้โอกาสคนยากจนในการมีบุตร สำหรับผู้ที่มีรายได้น้อยกว่า 15,000 บาทต่อเดือน ให้บุตรที่เกิดใหม่ได้รับทุนการศึกษาเดือนละ 1,000 บาทจนจบมัธยมปลาย ภายใต้โครงการ "ทุนการศึกษารับน้องใหม่" ดูแลสวัสดิการคนพิการให้ทั่วถึง ให้มีการออกแบบอารยสถาปัตย์ (Universal Design) สำหรับผู้สูงอายุและคนพิการ ยกระดับคุณภาพชีวิตและปรับปรุงสวัสดิการค่าจ้างแก่ผู้ใช้แรงงานทั่วประเทศ พัฒนามาตรฐานฝีมือแรงงานให้ทันกับเทคโนโลยีภาคอุตสาหกรรมที่ก้าวหน้าขึ้น สนับสนุนให้มีการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนให้เป็นนิติบุคคล ยกมาตรฐานการรักษาพยาบาลให้แก่ผู้มีรายได้น้อย รณรงค์แก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง