วิคเตอร์ เกา ผู้อำนวยการของสมาคมนานาชาติศึกษาแห่งชาติของจีน ให้ความเห็นว่า โลกทั้งใบกลั้นใจรอข่าวที่คาดหวังจากจากที่ประชุมสุดยอดครั้งนี้ แต่กลับพบกับความผิดหวัง หลังการเจรจาอันน่าตื่นเต้นจบลงโดยไม่มีการลงนามในข้อตกลงใดๆ และไม่มีสิ่งบ่งชี้ด้วยว่า ทั้งคู่จะพบกันอีกในอนาคต แต่แม้จะมีการประชุมสุดยอดครั้งใหม่ แต่ไม่อาจรับประกันได้เช่นกันว่า มันจะไม่จบลงเหมือนเมื่อวันพฤหัสบดี ... นี่ไม่ใช่ศิลปะแห่งการเจรจาต่อรอง ไม่ใช่ปัญหาด้านบุคลิกภาพ แต่เป็นเรื่องทางการเมืองที่ไม่มีใครยอมใคร...สหรัฐฯ กับเกาหลีเหนือ ไม่มีทีท่าว่าจะบรรลุสันติภาพและปลดนิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลีด้วยตัวเอง แต่ต้องอาศัยการร่วมมือจากประเทศอื่น เช่น จีนกับรัสเซีย
แจน โอเบิร์ก ประธานมูลนิธิข้ามชาติเพื่อสันติภาพและการวิจัยในอนาคต บอกว่า ทุกคนในโลกอยากเห็นข้อตกลงสันติภาพระหว่างสองเกาหลี, การบรรลุข้อตกลงปลดนิวเคลียร์และยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร แต่กลับไม่มีให้เห็น ทรัมป์มีความเชื่อผิดๆ ว่า ปัญหาเกาหลีเป็นเรื่องง่ายๆ สหรัฐฯ แข็งแกร่งกว่าเกาหลีเหนือ จนสามารถกลั่นแกล้งหรือหลอกล่อได้ ... "สหรัฐฯ เป็นฝ่ายตั้งเงื่อนไขก่อน เพราะคิดว่าตัวเองถือไพ่เหนือกว่า"
แต่ไบรอัน เบ็คเกอร์ จากกลุ่มพันธมิตรต่อต้านสงคราม ANSWER เชื่อว่า การไม่มีข้อตกลงโดยทันทีจากการประชุมสุดยอดครั้งนี้ ไม่ถือเป็นการสิ้นสุด โดยก่อนที่สหรัฐฯ กับสหภาพโซเวียตจะตกลงกันเรื่องอาวุธครั้งแรก ก็ต้องใช้เวลาหลายปี เมื่อทรัมป์อยากจะเป็นวีรบุรุษฉายเดี่ยวบนเวทีโลก ก็ควรให้โอกาสเขาจัดประชุมสุดยอดอีกสักรอบหรือสองรอบ