การสัมมนา "การขยายตัวของทุนสามานย์ไทย ภายใต้เงาเศรษฐกิจโลก" โดยมี ประธานกลุ่มธรรมาภิบาลไทย นายพิพัทธ์ ชนะสงคราม เป็นผู้นำการอภิปรายนายพิพัทธ์ บอกตอนหนึ่งว่า อยากให้รัฐบาลรับฟังเสียงของประชาชนมากขึ้น เพราะช่วงที่ผ่านมารัฐบาลดำเนินนโยบายหลายเรื่องที่สวนทางกับข้อเรียกร้องขององค์กรเครือข่ายภาคประชาสังคม ทั้งเรื่องพาราควอต ร่าง พ.ร.บ.ข้าว หรือแม้แต่การเปิดประมูลรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ก็มีความเคลื่อนไหวที่แปลกประหลาด ฉะนั้นภาคประชาสังคมและภาควิชาการจึงต้องผนึกกำลังกันเพื่อติดตามและจับตามอง เพื่อให้การดำเนินนโยบายเป็นไปอย่างถูกต้องและเอื้อประโยชน์ต่อประชาชนมากที่สุด
อาจารย์หลักสูตรเศรษฐศาสตร์การเมือง คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รอง ศ.ดร.ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ ได้อธิบายลักษณะของทุนสามานย์ 4 ประการ ประกอบด้วย1.ไม่โปร่งใส มีลับลมคำใน ใช้อำนาจบาตรใหญ่ ไม่จ่ายภาษี หรือจ่ายไม่เต็มที่2.ไม่เป็นประชาธิปไตย เช่น ปฏิเสะอำนาจต่อรองจากแรงงาน ซึ่งในประเทศไทยมีเยอะ3. ไม่เป็นธรรม เช่น จ่ายค่าจ้างไม่เป็นธรรม คนจนที่สุดคือลูกจ้างประมง ลูกจ้างต้องจำใจจำยอม และเสียเปรียบตลอดเพราะเลือกไม่ได้4.ความไม่สมดุล หมายถึงคนบางคนมีอำนาจมากเกินไป สมมุติในประชากร 100 คน จะมี 1 คนเท่านั้นที่ได้ผลประดยชน์ 68% อีก 99 คนต้องมาเฉลี่ยกันใน 32% ที่เหลือ ทุกลักษณะที่กล่าวมาเข้าข่ายทุนสามานย์ทั้งหมด ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องของคนทุกคน ไม่ได้ตั้งใจจะโจมตีใคร
ปัญหาที่อาจารย์ณรงค์กังวลก็คือ การเมืองในปัจจุบันเป็นการต่อสู้เพื่อความมั่งคั่งและพลังอำนาจ ทุนสามานย์จึงเข้ามามีบทบาท โดยอาวุธของทุนสามานย์มีทั้งการค้า-การลงทุน ความรู้-เทคโนโลยี การเงิน-การคลัง สื่อสารมวลชน วัฒนธรรม รวมไปถึงกองทัพ ประเด็นก็คือรัฐบาลรู้ทั้งรู้ว่ามีทุนสามานย์ แต่อยู่มานานกว่า 4 ปีกลับไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้น