ส่วนการเตรียมตัวขึ้นเวทีขึ้นดีเบต พล.อ.ประยุทธ์ บอกว่า เตรียมมานานแล้ว แต่ยังไม่เห็นถึงความจำเป็นในการไปดีเบต ซึ่งไม่ใช่เรื่องกลัวหรือไม่ แต่ต้องดูเวทีดีเบตเป็นอย่างไร เพราะที่เห็นมีการโจมตีเป็นส่วนใหญ่ และนโยบายประชาชนก็ไม่สนใจ โดยต้องดูการดีเบตของต่างประเทศว่าเป็นอย่างไร ขณะเดียวกัน ยืนยัน ไม่ว่าใครกระตุ้นก็ไม่โกรธ และไม่กลัว ส่วนถ้าอยากทราบวิสัยทัศน์ ก็คือ มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ภายใต้หลักเศรษฐกิจพอเพียง
พล.อ.ประยุทธ์ ยังพูดถึงบทบาท ส.ว.หลังเลือกตั้งว่า เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ที่ผ่านการทำประชามติ โดยเป็นไปตามประชาธิปไตย ส่วนกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปเสียงผ่านทางโซเชียลมีเดีย ระบุว่ามีบุคคลที่อ้างชื่อว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากพรรคพลังประชารัฐโทรศัพท์สอบถามประชาชนโดยมีเงื่อนไขว่าถ้าอยากมีบัตรประชารัฐต่อไปก็ต้องเลือกพรรคพลังประชารัฐ พล.อ.ประยุทธ์ บอกว่า ได้ให้เจ้าหน้าที่สำนักนายกรัฐมนตรีไปตรวจสอบกับพรรคการเมืองว่าทำหรือไม่ ซึ่งได้รับรายงานยืนยันว่า ไม่มี จึงดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษอยู่
นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังตอบคำถามถึงการประชุมคสช.นัดนี้ เป็นครั้งสุดท้ายหรือไม่ ว่า ปัญหาประเทศทุกอย่างสามารถแก้ได้ทันทีหรือไม่ และรัฐธรรมนูญเขียนว่าอย่างไร โดยให้คสช.อยู่ได้ถึงตรงไหน ขณะเดียวกัน ยังเปิดใจว่า ไม่อยากให้ 5 ปีที่ผ่านมา เสียเปล่าประโยชน์โดยการมาโจมตี และกลับไปสู่จุดตั้งต้นใหม่ ซึ่งไม่ใช่ เพราะส่วนตัวเลยจุดนั้นมาแล้ว และอย่าลืมว่าที่เข้ามาเป็นวิธีการที่แก้ปัญหาประเทศในขณะนั้น และเมื่อเข้ามาแล้ว ก็มีอำนาจให้สามารถทำงานได้ เพื่อแก้ปัญหาได้ต่อเนื่อง พร้อมพูดทิ้งท้ายว่า "ลืมกันหมดหรือยังก่อน 22 พ.ค. ลืมหมดแล้วใช่ไหมจ๊ะ"
พล.อ.ประยุทธ์ ยังตอบคำถามถึงกระแสข่าวตั้งรองนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นประธานคณะกรรมการสรรหา ส.ว. ว่า "ทำไมหละ"