สิ้นสุดการรอคอย หลังจากที่มีการติดตามสถานการณ์การฟักตัวของไข่เต่ามะเฟืองที่หาดท่าไทร อ.ท้ายเหมือง จ.พังงาตลอดทั้งวัน กระทั่งพบบริเวณปากหลุมเริ่มยุบตัวเป็นสัญญาณที่ดีว่าลูกเต่ามะเฟืองน่าจะคลานออกมาจากหลุมได้ในค่ำคืนนี้ เมื่อข่าวแพร่สะพัดออกไปทำให้มีประชาชนหลั่งไหลมาติดตามดูเต่ามะเฟืองไม่ขาดสาย ส่งผลทำให้บรรยากาศที่หาดท่าไทรคึกคักอย่างมากจนเจ้าหน้าที่ต้องมีการจัดระเบียบพื้นที่โดยรอบ
กระทั่งเวลา02.00น.ที่ผ่านมา ศูนย์เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์เต่ามะเฟือง นำโดยนายก้องเกียรติ กิตติวัฒนาวงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน(ภูเก็ต) ได้ตัดสินใจช่วยกันขุดหลุมไข่เต่าหลังจากพบความผิดปกติจนสามารถช่วยเหลือลูกเต่ามะเฟืองออกมาจากหลุมได้ทั้งหมดจำนวน35ตัว
ท่ามกลางการลุ้นระทึกของทุกคนเพราะทุกวินาทีมีค่า เจ้าหน้าที่ต้องทำด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะการใช้ไฟส่องสว่างที่เจ้าหน้าที่ต้องใช้ไฟสีโทนแดงที่มีแสงสว่างน้อยในการส่องแสงนำทางเพื่อช่วยให้ลูกเต่ามะเฟืองปรับตัวและปล่อยลงสู่ทะเลได้สำเร็จทั้ง35 ตัว
นายก้องเกียรติ ให้สัมภาษณ์กับเนชั่นทีวีทันที หลังภารกิจเสร็จสิ้นว่าเป็นความสำเร็จอีกครั้งหนึ่งที่สามารถช่วยเหลือชีวิตลูกเต่ามะเฟืองได้มากถึง 35 ตัวจากจำนวนไข่ทั้งหมด 86 ฟองแต่จากการตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่าไข่จำนวนที่เหลือไม่สมบูรณ์ โดยเป็นไข่ที่ไม่มีน้ำเชื้อ31ฟองและไม่มีไข่แดง20ฟอง
โดยผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน(ภูเก็ต) บอกอีกว่า สาเหตุที่ตัดสินใจขุดหลุมไข่เต่า เนื่องจากพิจารณาจากอุณหภูมิที่ลดลงอย่างรวดเร็วจากการฟักตัวของไข่ แต่ปรากฎว่าระยะเวลาการโผล่ขึ้นมาจากหลุมผิดสังเกต จึงตัดสินใจขุดเพื่อให้ความช่วยเหลือโดยรอช่วยน้ำขึ้นสูงสุดในช่วงเวลาตี2 (02.00น.) ซึ่งเชื่อว่าหากช้ากว่านี้เต่าอาจตายได้
เพราะโดยธรรมชาติเต่าเมื่อฟักตัวแล้ว เต่าที่แข็งแรงจะต้องออกมาประกอบกับทีมงานมีประสบการณ์จากการช่วยเหลือเต่าหลุมแรก จึงตัดสินจุดช่วยลูกเต่าออกมาได้อย่างปลอดภัยทั้งหมดที่มีการฟักตัวได้100%โดยมีเต่า1ตัวที่พัฒนาการช้า จึงตีองนำไปอนุบาลต่อ ก่อนปล่อยลงทะเล โดยครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จที่ทุกคนพอใจ