นายกอบศักดิ์ กล่าวว่า ปากเกร็ดเป็นหนึ่งในพื้นที่ตัวอย่างที่มีความเข้มแข็งเพราะมีการรวมตัวของสถาบันการเงินชุมชนปากเกร็ดร่วมใจซึ่งช่วยให้ชุมชนเข้าถึงแหล่งทุนได้ง่ายขึ้นด้วยต้นทุนทางการเงินที่ต่ำลง ซึ่งเมื่อเร็วๆนี้ก็มีข่าวดีจาก รัฐบาลที่ได้อนุมัติพ.ร.บ.สถาบันการเงินชุมชนมารองรับความเป็นนิติบุคคลของสถาบันชุมชน ซึ่งพรรคพลังประชารัฐก็พร้อมสนับสนุนส่งเสริมให้มีสถาบันการเงินชุมชนในทุกชุมชน
นอกจากนี้นนทบุรีมีตลาดชุมชนที่มีความสำคัญต่อชุมชนหลายตลาดเช่น ตลาดปากเกร็ด ตลาดวัดสะพานสูง ทางพรรคเองก็มีนโยบายสนับสนุนให้มีตลาดชุมชนใกล้บ้าน ให้พี่น้องในชุมชน สามารถซื้อหาอาหารและสินค้าที่ราคาถูก หลากหลาย ได้อย่างสะดวก นอกจากนี้ยังส่งเสริมอาชีพและรายได้ภายในชุมชนช่วยให้เศรษฐกิจชุมชนมีความคึกคักมากขึ้น
.
ทั้งนี้ ระหว่างลงพื้นที่ พ่อค้าแม่ค้าแผงลอย ได้ขอให้พรรคพลังประชารัฐทบทวนนโยบายจัดระเบียบหาบเร่แผงลอยซึ่งหากพรรคพลังประชารัฐได้เป็นรัฐบาลจะมีการทบทวนตั้งกรรมการเพื่อผ่อนปรนดูว่าพื้นที่ไหนสามารถทำได้และทำไม่ได้เพื่อให้ผู้ค้าแผงลอยไม่เดือดร้อนมีพื้นที่ทำกินเพราะเสน่ห์ของกรุงเทพมหานครคือสตรีทฟู๊ด
นายกอบศักดิ์ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน เปิดเผยว่า ทางพรรคยังรอคำตอบที่เป็นทางการจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ว่าพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค สามารถทำอะไรได้บ้าง ที่ไม่ขัดต่อข้อกฎหมาย ทั้งเรื่องของการขึ้นเวทีดีเบต และลงพื้นที่ขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียง
รวมทั้งต้องรอปรึกษาทีมกฎหมายก่อน เพื่อให้เกิดความชัดเจน และมั่นใจว่าไม่ขัดต่อข้อกฎหมาย จากนั้นก็จะขอตารางพลเอกประยุทธ์ เพื่อเดินหน้าทันที เพราะขณะนี้พรรคการเมืองอื่นถือว่ามีความได้เปรียบที่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของแต่ละพรรค สามารถลงพื้นที่พบปะกับประชาชนได้ และจากการลงพื้นที่ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมามั่นใจว่าพรรคพลังประชารัฐจะได้ที่นั่งไม่ต่ำกว่า 150 ที่นั่ง แม้ผลโพลต์จะเคย ระบุว่าแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคพลังประชารัฐ เป็นอันดับหนึ่งแต่ ต้องการให้พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคที่จัดตั้งรัฐบาลก็ตาม เพราะยังมีเวลาเหลืออีก 30 โดยจะเดินหน้าลงพื้นที่พบปะประชาชน เพื่อขอคะแนน พร้อมมั่นใจ จะชนะคู่แข่งแบบทิ้งห่างหลายช่วงตัว