การเปิดปราศรัยประชันกันของ 2 พรรคการเมืองใหญ่ "เพื่อไทย กับ ประชาธิปัตย์" ในวันเดียวกันและเวลาใกล้เคียงกันที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทำให้อุณหภูมิการเมืองที่นั่นร้อนระอุขึ้นมาทันที ทั้งๆ ที่ประชาธิปัตย์ไม่เคยมี ส.ส.ในพื้นที่นี้มาเนิ่นนานสนามเลือกตั้ง "กรุงเก่า" พระนครศรีอยุธยา หลังปิดยุคพรรคกิจสังคมเพราะสิ้น "มนตรี พงษ์พานิช" ดินแดนอู่ข้าวขู่น้ำแห่งนี้ก็กลายเป็นพื้นที่ยึดครองของพรรคไทยรักไทยต่อเนื่องถึงยุคเพื่อไทย จากการเลือกตั้งปี 2544 ถึง 2554 ถ้าไม่กวาดยกจังหวัด 5 คน ก็พลาดที่นั่งเดียวให้กับ เกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร ผู้มีฐานเสียงหนาแน่นในเขต 1 ซึ่งเป็นเขตเมือง
ยุคที่พรรคเครือข่าย ทักษิณ ชินวัตร ประกาศศักดา ความสำเร็จมาจากการขับเคลื่อนงานการเมืองในพื้นที่ของ 2 ตระกูล 2 บ้านใหญ่ คือ "ตระกูลพันธ์เจริญวรกุล" ภายใต้การนำของ "ซ้อสมทรง" สมทรง พันธ์เจริญวรกุล หญิงเหล็กแห่งกรุงศรีฯ เจ้าของตำแหน่งนายก อบจ. 3 สมัย กับ วิทยา บุรณศิริ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และอดีตประธานวิปรัฐบาลยุคพรรคเพื่อไทยย้อนกลับไปการเลือกตั้งปี 54 วิทยา บุรณศิริ ยึดเก้าอี้ ส.ส.เขต 4 ขณะที่ลูกชายของซ้อสมทรง "สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล" เป็น ส.ส.เขต 3
แต่การเลือกตั้งหนนี้ สถานการณ์ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไป เริ่มจากอยุธยาถูกลดจำนวนเขตเลือกตั้งลงเหลือเพียง 4 เขต ขณะที่ สุรศักดิ์ โดดไปสวมเสื้อภูมิใจไทย จากการชักชวนของ เกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร ซึ่งสนิทสนมกับ "ซ้อสมทรง" ผู้เป็นแม่ ทำให้ "ตระกูลพันธ์เจริญวรกุล" ผละจากพรรคชินวัตร