นายสุรชัย ชินชัย ทนายความพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ให้สัมภาษณ์หลังจากยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาคดียุบพรรคตามกำหนดเวลาที่ศาลรัฐธรรมนูญให้ยื่นคำชี้แจงภายใน 7 วันนับแต่วันได้รับแจ้งเมื่อวันที่ 14 ก.พ.ว่า ประเด็นหลักที่กำหนดยื่นแก้ข้อกล่าวหามี 3 ประเด็น ประเด็นแรก เรายืนยันเจตนาบริสุทธิ์ และไม่มีเจตนาพิเศษใดๆ ที่มุ่งหวังให้เป็นอย่างอื่น โดยเราเชื่อว่าจะสามารถทำได้อย่างบริสุทธิ์ใจ อีกทั้งยังทำไปตามความประสงค์และความยินยอมจากผู้ได้รับการเสนอชื่อ ประเด็นที่ 2 ข้อกล่าวหาถึงการเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ในพจนานุกรมให้ความหมายของคำว่าปฏิปักษ์ ว่าเป็นศัตรู เป็นฝ่ายตรงข้าม น่าจะหมายถึงการนำระบอบคอมมิวนิสต์ มาใช้ปกครองในประเทศไทย หรือการเป็นกบฏ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 113 ทั้งนี้คำร้องยุบพรรค ทษช.ยังขอให้เพิกถอนสิทธิสมัครของกรรมการบริหารพรรค เราก็ถือว่าคำร้องยุบพรรคเป็นคำร้องประเภทเดียวกับคดีอาญาการเพิกถอนสิทธิสมัครตลอดชีวิตไม่ต่างจากการประหารชีวิตในทางการเมือง
สำหรับประเด็นที่ 3 ต่อสู้ว่าการที่ กกต.มีมติยื่นศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคเป็นการปฏิบัติที่ไม่เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ไม่มีการสืบสวนสอบสวนก่อน โดยมติที่ส่งศาลจึงเป็นการข้ามขั้นตอน การเสนอคำร้องของ กกต. จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทั้งนี้พรรคได้ยื่นบัญชีพยานบุคคล รวม 19 ปาก เป็นกรรมการบริหารพรรค 14 คน และพยานคนกลางซึ่งเป็นบุคคลภายนอก 5 ปาก
เมื่อถามว่าพยานที่เป็นบุคคลภายนอกเป็นบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯก่อนหน้านี้หรือไม่ นายสุรชัย กล่าวว่า เป็นรายละเอียดที่นำเสนอต่อศาลไม่สามารถเปิดเผยได้ และเมื่อถามต่อว่ามองว่าการตัดสินคดีของศาลรัฐธรรมนูญควรเสร็จก่อนการเลือกตั้งหรือไม่ นายสุรชัย กล่าวว่า ถ้ามีโอกาสควรให้ประชาชนได้ลงคะแนนเลือกตั้งในวันที่ 24 มี.ค.ก่อน. ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อความยุติธรรมซึ่งตนเชื่อมั่นในความยุติธรรมที่ศาลจะเมตตาต่อเรา