น.ส.ปิยะฉัตร ผู้ต้องหาทำหน้าที่ ประสานงานกับฝ่ายต้นทาง เอายาเสพติดมาจำหน่ายในพื้นที่กรุงเทพ และปริมณฑล ภาคตะวันออก จ.ชลบุรี จ.ระยอง และภาคใต้ตอนบน และยังมีความเชื่อมโยงทางการเงิน ในการโอนเงินกลับไปให้เจ้าของยา ทั้งผ่านบัญชีนอมินี และ บัญชีเจ้าของยาซึ่งอยู่ประเทศเพื่อนบ้านโดยตรงด้วยทั้งนี้ยังพบความเชื่อมโยงด้วนเส้นทางเงินหลายสิบล้านบาท กับ นางมินท์ เตง เอ สัญชาติเมียนมาร์ ที่ทำหน้าที่เป็นเจ้าของบัญชีรับโอนเงินจากเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ในไทย ก่อนโอนไปยังโรงงานผลิตยาในเมียนมาร์ ซึ่งเคยถูกจับไปแล้ว เมื่อปี 2560 และศาลเพิ่งพิพากษาประหารชีวิต รวมถึงพบมีการทำธุกรรมกับนักโทษในเรือนจำเขาบินด้วย
และจากการตรวจสอบเบื้องต้นจากการตรวจสอบ ผู้ต้องหา ไม่มีอาชีพแน่นอน แต่มีเงินหมุนเวียนเงินกว่า 100 ล้าน ส่วนสามี ของ น.ส.ปิยะฉัตร คือ นายกฤติพงษ์ เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมทางการเงิน และทรัพย์สินส่วนใหญ่จะใช้ชื่อของนายกฤติพงษ์ ด้าน นายกฤติพงษ์ ผู้ต้องหา ให้การอ้างว่า ไม่เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด และไม่ทราบว่าภรรยา เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด แต่ครอบครัว ทำอาชีพ ขายหวยใต้ดิน ให้กู้เงิน และข้าวก่อนหน้านี้ เคยเปิดร้านอาหาร แต่เจ๊งไปแล้ว ส่วนเงินที่นำมาซื้อบ้านราคากว่า 9 ล้านบาท และรถยนต์หรูนั้น เป็นการซื้อผ่อน โดยยื่นกู้กับธนาคาร ในขณะที่เปิดร้านอาหาร และในขณะนี้มีเงินในบัญชีกว่า 10,000 บาทเท่านั้น ส่วนเงินจากการทำหวยใต้ดิน จะโอนเข้าบัญชีตนเอง แต่มี น.ส.ปิยะฉัตร เป็นคนดูแล
สำหรับปฏิบัติการวันนี้ รวมทั้งหมด 6 จุด สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 3 ราย คือนางสาวปิยะฉัตร วัชรดิลกนายกฤติพงษ์ อุเทนสุต สามีคนปัจจุบัน และนายอัมพร หีมหมัน สามีคนแรก สามารถยึดทรัพย์ เป็นบ้าน 4 หลัง คอนโดฯ 2 แห่ง รถยนต์หรู 3 คัน และรถจักรยานยนต์ 4 คัน รวมถึงทรัพย์อื่นๆ 50 รายการ มูลค่ารวมกว่า 100 ล้านบาท ถือเป็นปฏิการขุดรากถอนโคนเครือข่ายค้ายาเสพติด