ล่าสุดเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ผู้นำสหรัฐฯกล่าวที่ทำเนียบขาวว่า เขาอาจจะพิจารณาเลื่อนเส้นตายวันที่ 2 มีนาคมออกไปหากคณะเจรจาของทั้งสองฝ่ายสามารถบรรลุข้อตกลงกันได้ในเร็ววันนี้นับเป็นท่าทีที่อ่อนลงของประธานาธิบดีทรัมป์ โดยระบุว่า เขาเปิดโอกาสให้มีความเป็นไปได้ที่กำหนดเส้นตายจะถูกขยับเลื่อนออกไปจากเดิมแต่หากถามว่าเขาเองต้องการแบบไหน เขาก็เห็นว่าถ้าไม่ต้องเลื่อนจะดีกว่าอย่างไรก็ตาม เท่าที่เห็นก็คือฝ่ายจีนเองนั้นมีความกระตือรือร้นที่จะเจรจาและบรรลุข้อตกลงให้ได้ขณะที่ตัวเขาเองก็มีคณะเจรจาชุดใหญ่ในประเทศจีนพยายามหาทางออกให้กับเรื่องนี้
เมื่อถูกถามว่าเขาจะพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ในช่วงสิ้นเดือนมีนาคมนี้หรือไม่ ทรัมป์ตอบว่า ณขณะนี้คือไม่มีแผนจะพบผู้นำจีนในช่วงเวลาดังกล่าว
หลังจากที่มีการพบและเจรจากันที่กรุงวอชิงตันดีซี เมื่อเร็วๆนี้ ระหว่างคณะเจรจาฝ่ายจีนที่นำโดยรองนายกรัฐมนตรี หลิว เหอและฝ่ายสหรัฐฯนำโดยนายโรเบิร์ท ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (ยูเอสทีอาร์)พร้อมด้วยนายสตีเว่น มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯบุคคลทั้งสามจะพบกันอีกครั้งในช่วงสัปดาห์นี้ที่กรุงปักกิ่ง เพื่อสร้างความคืบหน้าเพิ่มเติมให้กับการเจรจาซึ่งหลายคนเห็นว่าการจะบรรลุข้อตกลงนั้นยังห่างไกลความเป็นจริงเนื่องจากทั้งสองฝ่ายยังมีหลายประเด็นที่เห็นต่าง
ที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจประจำทำเนียบขาวนายลาร์รีคุดโลว์ ให้ความเห็นว่า กว่าที่ทั้งสองฝ่ายจะตกลงกันได้นั้น หนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกลแต่ก็เห็นได้ชัดว่าประธานาธิบดีทรัมป์มีความหวังทางบวกว่าสหรัฐฯและจีนอาจจะทำข้อตกลงกันได้ สอดคล้องกับถ้อยแถลงก่อนหน้านี้ของนายมนูชินรัฐมนตรีคลัง ที่ว่าการเจรจาระหว่างสหรัฐฯและจีนครั้งหลังนี้คืบหน้ามากแต่ก็ยังมีหลากหลายประเด็นที่ยังต้องหาทางออกร่วมกันต่อไป