นายณัทร เล่าถึงที่มาที่ไปของโครงการ Sky garden ว่าหลังจากที่ได้รับรู้เรื่องของปัญหามลพิษและฝุ่นละอองขนาดเล็กแล้ว ทางบริษัท ต้องการสร้างเครื่องมือที่เป็น ไบโอฟิลเตอร์ ขึ้นมาเพื่อนำไปแก้ปัญหาฝุ่นควัน จึงทำการค้นคว้าหาข้อมูล ก็ได้ไอเดียมาจากประเทศเยอรมนี ที่เขาใช้ "มอส" มาติดตั้งกับพัดลม ทำให้เกิดการไหลเวียนของอากาศขึ้น เมื่อเห็นไอเดียนี้ ครั้งแรก ก็คิดว่าน่าจะซื้อ เครื่องมือดังกล่าวจากประเทศเยอรมนี มาใช้ในประเทศไทย แต่ติดปัญหาหลักๆ คือ "มอส" ที่ใช้กับเครื่องมือนั้นเป็น มอสเมืองหนาว หากนำมาใช้ในประเทศไทย ก็น่าจะตายทันที พันธุ์มอสยังต้องถูกคัดเลือกพันธุ์ที่สามารถอยู่อาศัยได้ในสภาพอากาศประเทศไทย ต่อมาคือราคาเครื่องมือนี้หากมีการนำเข้าจากประเทศเยอรมัน ราคาสูงถึง $25,000 เหรียญสหรัฐ ยังไม่นับรวมถึงภาษีนำเข้าและค่าขนส่ง และคิดว่าในเรื่องระบบทางลมของเครื่องที่ว่ายังสามารถพัฒนาได้ดียิ่งขึ้น
จึงเกิดแนวคิดว่า หากในประเทศไทย สามารถประดิษฐ์เครื่องไบโอฟิลเตอร์ ในการดักจับฝุ่นควันได้ ก็จะทำให้ลดการนำเข้าเครื่องมือจากต่างประเทศได้อย่างมหาศาล แนวคิดนี้ ยังส่งต่อถึงกลุ่มเกษตรกร ด้วย เพราะหากมีการสร้างเครื่องนี้เป็นรูปธรรม จะมีความต้องการในการใช้ "มอส" จำนวนมาก เกษตรกรก็จะมีรายได้ เพราะราคารับซื้อตารางเมตรมากกว่า 1,000 บาท โดยใน 1 ไร่ ปลูกมอสได้ มากถึง 1000 ตางรางเมตร ซึ่งหากการสร้างเครื่องมือไบโอฟิลเตอร์ สัมฤทธิ์ผลเป็นรูปธรรม นอกเหนือจาก เกษตรกร จะมีรายได้ จากการปลูกมอส แล้ว ยังช่วยทำให้อากาศในประเทศเราดีขึ้น รวมถึงรายได้ไม่ไหลออกนอกประเทศด้วย
เมื่อได้แนวคิดนี้แล้ว และต้องการผลักดัน Project sky garden ให้เป็นรูปธรรม จึงไปปรึกษากับนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยต่างๆ เมื่อประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมา ในการระดมสมอง สร้างเครื่องมือในการดักจับฝุ่นควันหรือ ไบโอฟิลเตอร์ขึ้นมา โดยใช้ มอส เป็นปัจจัยหลักในการดูดจับฝุ่นควัน เริ่มแรกได้มีการทำการวิจัยในห้องปิดประมาณ 1 ตารางเมตร ปล่อยควันและมลพิษ ต่างๆ เข้าไปในห้องปิดดังกล่าว ซึ่งมีปริมาณมากถึง 2,000 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และใส่ มอส ลงไปด้านในพร้อมระบบลม ปรากฎว่า ในเวลาเพียงแค่ 10 นาที ค่าฝุ่นลดลงมาเหลือแค่ 300 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และเมื่อทดลองต่อไปอีก 10 นาที ในห้องปิดดังกล่าว กลายเป็นอากาศบริสุทธิ์ และเมื่อทดลองระบบครบเวลา 40 นาที พบว่า อากาศในห้อง ค่าฝุ่นละออง กลายเป็น ศูนย์
หลังจากทำการทดลองในระบบปิดแล้ว ก็ได้มีการไปหารือกับ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เพื่อพัฒนาระบบทางลมที่มีเซนเซอร์วัดค่า ทั้งก่อนและหลังที่จะดูดเอาฝุ่นเข้ามาในเครื่องนี้ ส่วนในเรื่องประสิทธิผลที่ทางเราคาดหวัง เครื่องมือนี้จะสามารถดูดมลพิษบริเวณรัศมี 5 เมตร เป็นอย่างน้อย ทางกลุ่มมีความตั้งใจว่าจะทำให้แล้วเสร็จ และนำมาทดลองใช้งาน อย่างไรก็ดี ทางกลุ่มผู้ริเริ่มโครงการ จะมีการหารือกันอีกครั้งเพื่อให้โปรเจ็คนี้ มีความสมบูรณ์มากที่สุดในอนาคต