ที่ศาลจังหวัดสงขลา นายอารีด หมัดอะดั้ม ผู้เผยแผ่ศาสนา อ.บางกล่ำ จ.สงขลา พร้อมด้วยภรรยา ญาติๆ รวมถึง ร.ต.อ.วัชรินทร์ เบญจทศวรรษ ผู้ช่วยเหลือในคดีอาญา และ ว่าที่ ร.ต.ชัชวาลย์ บำรุงวงศ์ ทนายความ ได้เดินทางไปยื่นฟ้องสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในคดีแพ่ง เรียกค่าเสียหายทางแพ่ง เป็นเงิน 5 ล้านบาท ฐานเป็นเจ้าพนักงานกระทำการละเมิด ซึ่งตามกฎหมายไม่สามารถฟ้องผู้กระทำผิดซึ่งเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ ได้โดยตรง จะต้องฟ้องเรียกค่าเสียหายจากต้นสังกัด แต่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สามารถไล่เบี้ยเรียกเงินคืนจากผู้กระทำความผิดคือสายตรวจชุดวิหคสภ.หาดใหญ่ ในภายหลังได้นายอารีด บอกว่า มูลเหตุที่ยื่นฟ้องสืบเนื่องจากตำรวจสายตรวจ สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา หรือชุดวิหค ได้ตั้งด่านและเรียกตรวจค้นรถยนต์ผู้ขับขี่ และทำการตรวจปัสสาวะ นายอารีด โดยบันทึกจับกุมยัดข้อหา ว่า เสพยาเสพติดให้โทษ แล้วเรียกรับเงิน 5,000 บาท ต่อรองเพื่อแลกกับการไม่ดำเนินคดี โดยนายอารีด ปฎิเสธ ตลอดข้อกล่าวหา แต่ตำรวจสายตรวจยัดข้อหา และเขียนบันทึกจับกุมอันเป็นเท็จ ว่า โรงพยาบาลหาดใหญ่ ยืนยันว่าพบสารเสพติดเมทแอมเฟตามีน ในปัสสาวะ 1,000 มิลลิกรัม ซึ่งทางโรงพยาบาลหาดใหญ่ ได้ยืนยันว่า ไม่ได้ระบุว่า นายอารีด มีสารเสพติดในร่างกายแต่อย่างใด เป็นเพียงการทดสอบหาสารหาสารเสพติดเบื้องต้น ที่ไม่สามารถนำไปเป็นหลักฐานดำเนินคดีอาญาได้ เนื่องจากตามระเบียบกฎหมาย ต้องใช้ผลการพิสูจน์รับรองจากศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 12 สงขลา เท่านั้น เป็นการเข้าใจเอาเองของตำรวจสายตรวจหาดใหญ่ โรงพยาบาลหาดใหญ่ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด และต่อมาก็มีหลักฐานการตรวจพิสูจน์รับรองชัดเจน ว่า ไม่ได้เป็นผู้เสพหรือมีสารเสพติดในร่างกาย ตามที่ ตำรวจอ้างและจับกุมดำเนินคดี