เดือนตุลาคม ปีที่แล้ว ชญาณิศา แสนลึก เจ้าของร้านขายของชำ หน่อย มินิมาร์ท ในย่านหมู่บ้านเอื้ออาทร ซอยคู้บอน เขตคันนายาว ตัดสินใจเข้าร่วมโครงการร้านธงฟ้าประชารัฐ เพื่อรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ บัตรคนจนในการรูดซื้อสินค้าได้ ร้านของเธอเป็นร้านแรกในหมู่บ้านที่เข้าร่วมโครงการ ในช่วงเริ่มต้นสร้างกำไรจากการขายสินค้าอุปโภคในร้านเล็กๆ ได้หลักแสนบาทในช่วงต้นเดือนที่รัฐโอนเงินเข้าบัตร ร้านโชว์ห่วยที่เคยเงียบเหงาก็กลับมาคึกคักอีกครั้ง
200 - 300 บาทต่อเดือน คือวงเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ใช้สำหรับซื้อสินค้าในร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ เล็กไพบูลย์ และนุชนาท ชนะกัมปนาท เป็นผู้มีรายได้น้อยที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ พวกเขาเลือกใช้เงินที่ได้ซื้อของที่จำเป็นในแต่ละเดือนมากที่สุด และคงหนีไม่พ้น ข้าวสารและน้ำปลา
ปฏิเสธไม่ได้ว่านโยบายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและร้านธงฟ้าประชารัฐได้ประโยชน์ทั้งประชาชนรากหญ้าและร้านโชว์ห่วย ร้านสยามเภสัช ย่านบางเขนก็เป็นอีกร้านที่ต้องการปรับตัวเพื่อกับการแข่งขันในวงการค้าปลีก โดยเฉพาะกับร้านสะดวกซื้อที่อยู่ใกล้เคียง เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว สุภาพ ไชยคราม เจ้าของร้าน เพิ่งไปขึ้นทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์ เป็นร้านธงฟ้าประชารัฐ การลงทะเบียนรอบนี้ทำให้เธอได้ แอปพลิเคชันถุงเงินประชารัฐ เพื่อ รับชำระค่าสินค้าจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แทน เครื่องรูดบัตร EDC
ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ ระบุปัจจุบัน มีร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ ประมาณ 7 หมื่นแห่งทั่วประเทศ ทั้งแบบที่ใช้เครื่องรูดบัตร และแบบใช้แอปพลิเคชันถุงเงินประชารัฐ ซึ่งร้านเหล่านี้ มีรายได้ จากวงเงินในบัตรที่ผู้ถือบัตร 14.5 ล้านคน นำมาจับจ่ายใช้สอยในแต่ละเดือนกว่า 4,000 ล้านบาท โดยเม็ดเงินได้กระจายลงลึกถึงระดับฐานราก ทำให้ร้านค้าเข้มแข็งและอยู่รอด ถือเป็นความสำเร็จของกระทรวงพาณิชย์ที่สามารถฟื้นคืนชีพร้านโชวห่วยของไทยได้