นายอมร ทรัพย์ทวีกุลรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EAเปิดเผยว่า หลังจากที่ EA ได้เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าของคนไทย100% ภายใต้ยี่ห้อ MINE Mobility ไปเมื่อปลายเดือนมีนาคม2561 นั้น ในครั้งนี้ได้นำเทคโนโลยีแบตเตอรี่มาสร้างนวัตกรรมอีกครั้งด้วยการเปิดตัวเรือไฟฟ้า ที่จะนำมาให้บริการรับส่งผู้โดยสารในแม่น้ำเจ้าพระยา จากท่าน้ำนนทบุรีไปท่าน้ำวัดราชสิงขร ระยะทางรวมประมาณ 20 กิโลเมตรด้วยเวลาเพียงไม่ถึง 40 นาทีโดยมีแผนการลงทุนสร้างเรือรวม 54 ลำ มูลค่าการลงทุนรวมประมาณ 1,000 ล้านบาทเริ่มทะยอยเปิดให้บริการในปลายปี 2562 จนครบถ้วนภายในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2563ทั้งนี้จุดเด่นของเรือไฟฟ้านี้คือ การยกระดับความสะดวกสบายด้วยการติดแอร์เน้นความสะอาด และการออกแบบที่คำนึงถึงความปลอดภัยและมั่นใจให้แก่ผู้โดยสารโดยเรือจะโคลงเคลงน้อยและก่อให้เกิดคลื่นน้อยลงอีกทั้งประหยัดต้นทุนด้านพลังงานโดยขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าที่ประจุอยู่ในแบตเตอรี่ขนาด800 กิโลวัตต์ชั่วโมง เติมพลังงานจากใช้เครื่องชาร์จ EA Anywhere สำหรับเรือไฟฟ้าต้นแบบนี้ ออกแบบและพัฒนาขึ้นโดยคนไทยและใช้เทคโนโลยีแบตเตอรี่ของกลุ่ม EA ที่อยู่ระหว่างเตรียมสร้างโรงงานแห่งใหม่ณ จังหวัดฉะเชิงเทรา ร่วมกับชิ้นส่วนต่างๆ ซึ่งเป็นของไทยทั้งหมด
"การก้าวเข้าสู่ธุรกิจให้บริการเรือไฟฟ้านี้เป็นการนำเทคโนโลยีแบตเตอรี่มาเสริมการให้บริการคมนาคมทางน้ำต่อเนื่องหลังจากการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าMINEมาแล้ว และยังสามารถนำไปใช้ขับเคลื่อนเครื่องยนต์ประเภทอื่นๆได้อีกหลากหลาย ข้อดีอย่างมากของการขับเคลื่อนยานพาหนะด้วยพลังงานไฟฟ้านี้ คือจะไม่มีไอเสีย หรือเขม่าควัน และเสียงเบามาก จึงช่วยลดปัญหามลพิษโดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาPM2.5 ที่เกิดขึ้นจะบรรเทาลงไปอย่างมาก การปรับเปลี่ยนรูปโฉมเรือเป็นไฟฟ้าพร้อมกับติดแอร์และออกแบบให้ทันสมัยและปลอดภัยนี้ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตของคนกรุงเทพฯ เชื่อว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ใช้บริการด้วยตัวเรือที่กว้างขวางขนาดกว้าง 7 เมตร ยาว 24 เมตร สามารถบรรทุกผู้โดยสารได้ 200 คนจะเข้ามาเป็นทางเลือกใหม่ในการเดินทางที่เร็วกว่าโดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วนจะเพิ่มรอบความถี่ในการให้บริการเป็นทุกๆ 5 นาทีและสามารถเชื่อมโยงการเดินทางด้วยระบบคมนาคมขนส่งไฟฟ้าของกรุงเทพมหานครได้ครบวงจร คืนความน่าอยู่และเมืองที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญให้กับกรุงเทพได้ เราสามารถขยายการให้บริการลักษณะเดียวกันนี้ไปยังจุดอื่นๆหรือรูปแบบการคมนาคมอื่นๆ ได้อีกมาก เราได้ศึกษามาเป็นอย่างดีและพบว่าแผนธุรกิจนี้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจให้บริการเดินทางทางเรือให้สูงขึ้นทั้งจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นและต้นทุนพลังงานที่ต่ำลงจึงอยากแบ่งปันโอกาสในการเพิ่มมูลค่านี้ตามแนวคิด Share Value โดยการเชิญชวนทุกภาคส่วน ทั้งรัฐ และเอกชนที่สนใจร่วมธุรกิจกับ EA มาร่วมมือกัน เพื่อให้ประเทศไทย ก้าวเข้าสู่ระบบ Smart Transport อย่างแท้จริง" นายอมรกล่าว
ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจร่วมธุรกิจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่Call center 094 686 4545, OfficialLine:@eaanywhere , www.eaanywhere.com, www.facebook.com/eaanywhere.th