นางสาวชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ DITP จัดกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจครั้งใหญ่แห่งปีภายใต้โครงการจัดคณะผู้แทนการค้าสินค้าอุปโภคบริโภคมาเจรจาการค้าในไทย หรือ Thailands Sourcing Forum ในวันอังคารที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 8.30-17.00 น. ณ ห้องวิภาวดีบอลรูม โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ โดยมีกลุ่มสินค้าเป้าหมาย คือ สินค้าอุปโภคบริโภค อาหาร แฟชั่น เกษตรออร์แกนิค สถาบันด้านการศึกษา แฟรนไชส์ร้านอาหาร และผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นและขับเคลื่อนการส่งออกของประเทศไทยและผลักดันให้สินค้าอุปโภคบริโภคของไทยขยายส่วนแบ่งตลาดในอาเซียน เอเชียตะวันออก โอเชียเนีย เอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ตลอดจนเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยได้พบปะสร้างเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ และเจรจาการค้ากับนักธุรกิจเจ้าของกิจการ/ผู้นำเข้า/ผู้จัดจำหน่ายและ online superstore จากประเทศเป้าหมาย ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการจับคู่ธุรกิจไม่น้อยกว่า 600 คู่ เกิดมูลค่าซื้อขายภายในงานมากกว่า 200 ล้านบาท และไม่น้อยกว่า 1,750 ล้านบาทภายใน 1 ปี โดยผู้ประกอบการไทยจะได้พบปะหารือและสร้างเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจกับผู้ซื้อรายสำคัญจากต่างประเทศ ได้เล็งเห็นโอกาสและลู่ทางในการขยายธุรกิจสู่ช่องทางการตลาดใหม่ๆ สามารถวางแผนทำการตลาดได้ตรงเป้าหมายและเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้นนางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า แม้การขยายตัวของส่งออกจะมีปัจจัยหลายอย่างที่ไม่อาจควบคุมได้ ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์เศรษฐกิจโลก นโยบายเศรษฐกิจและภาวะการเมืองภายในประเทศของประเทศคู่ค้าของไทย แต่ด้วยภารกิจหลักของกรมที่มีหน้าที่สนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเข้าไปดำเนินธุรกิจและขยายตลาดในต่างประเทศได้อย่างประสบความสำเร็จและยั่งยืน กรมจึงมุ่งเดินหน้าทำแผนขยายการส่งออกเชิงรุก ซึ่งหนึ่งในนั้น คือ การแสวงหาช่องทางการเข้าตลาดใหม่ๆ อาทิ Modern Trade และ On-Line Platform ที่ถือเป็นช่องทางการเลือกซื้อสินค้าของกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ที่มีพฤติกรรมในการบริโภคเปลี่ยนแปลงตามสภาพสังคมในปัจจุบันที่ต้องการความสะดวกสบาย และรวดเร็ว ในงาน Sourcing Forum กรมได้เน้นเชิญกลุ่มผู้ซื้อ ผู้นำเข้าต่างประเทศรายสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มห้างสรรพสินค้า ร้านค้าปลีก อาทิ ห้างต้าชาง, Hangzhou Lianhua, 759 Store, Reliance Retail, Future Retail, Anokhi, Makro, Big C และ On-Line Platform อาทิ Alibaba.com, Herma Fresh, PayTM, JD, NYKAA เป็นต้น มาเจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการไทยเพื่อเลือกซื้อสินค้าไทยนำไปจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายและประชาสัมพันธ์ตามสาขาของห้างฯ หรือบน On-line Platform ในต่างประเทศต่อไปสำหรับผู้ประกอบการไทยที่สนใจขยายตลาดส่งออกหรือดำเนินธุรกิจในต่างประเทศ สามารถติดตามข่าวสารและกิจกรรมกรมได้ทางเว็บไซต์ https://drive.ditp.go.th หรือสายตรงการค้าระหว่างประเทศ 1169