แม้ว่าจะผ่านมากว่า 37 ชม. หรือเข้าสู่วันที่2 แล้วหลังมีพระราชโองการต่อกรณี รายชื่อแคนดิเดต นายกรัฐมนตรีของพรรคไทยรักษาชาติ ซึ่งนอกจากแถลงการของพรรคที่มีขึ้นเมื่อวานนี้ พรรคก็ยีงคงไม่มีความเคลื่อนไหวอะไร ที่ทำการพรรคยังคงเงียบเหงาและยังไม่มีวี่แววว่าคณะกรรมการบริหารจะเดินทางมาในวันนี้ ซึ่งอาจสอดคล้องกับกระแสข่าวที่ว่า ขณะนี้คณะกรรมการบริหารพรรค อยู่ในระหว่างการสอบสวนจากเจ้าหน้าที่
หลังมีพระราชโองการ ต่อกรณีรายชื่อแคนดิเดทนายกรัฐมนตรีของพรรคไทยรักษาชาติไปเมื่อกลางคืนวันศุกร์ ที่8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จนถึงณ ตอนนี้ บรรยากาศ ณ ที่ทำการพรรคยังคงเงียบเหงา ซึ่งทีมข่าวnation TV ได้เฝ้าสังเกตการณ์ติดต่อกันจนเข้าสู่วันที่ 2 แล้วพบว่า ที่ทำการพรรค ทั้งด้านหน้าและภายในอาคาร ยังไม่มีวี่แววการปรากฏตัวของคณะกรรมการบริหารพรรค และเมื่อสอบถามต่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ก็ได้คำตอบว่า ในช่วง 1-2 วันมานี้ ยังไม่มีคณะกรรมการบริหารและแกนนำพรรค หรือผู้หลักผู้ใหญ่ เลยสักคนที่เดินทางมา
ขณะเดียวกันทีมข่าวพยายามติดต่อไปยัง คณะกรรมการบริหารจำนวนหลายคนแต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้ ซึ่งอาจสอดคล้องต่อกระเเสข่าว ที่ว่าขณะนี้คณะกรรมการบริหารพรรค อยู่ในกระบวนการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ และถึงแม้จะยังไม่มีคำยืนยันจากผู้รับผิดชอบ ทั้งกองบัญชาการตำรวจสันติบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เกี่ยวกับข่าวลือเรื่องการควบคุมแกนนำคนสำคัญของพรรคไทยรักษาชาติว่าเป็นความจริงหรือไม่ แต่หลายฝ่าย รวมถึงคำยืนยันจากแหล่งข่าววงใน ก็เชื่อว่าพรรคไทยรักษาชาติสุ่มเสี่ยงที่จะถูกร้องให้ตรวจสอบว่ากระทำผิดกฎหมาย จนอาจนำไปสู่ การยุบพรรคได้
ส่วนความเคลื่อนไหวอื่น ๆ นั้น มีรายงานว่า อดีตสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดขอนแก่น ระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช มารดาของ หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว ที่สนามบินขอนแก่น สั้น ๆ ว่า ได้รับการติดต่อการส่งข่าวจาก ร.ท.ปรีชาพลว่าไม่ต้องเป็นห่วงสบายดี
นอกจากนี้ เมื่อวานพรรคไทยรักษาชาติยังได้ยกเลิกกำหนดการลงพื้นที่ ของหัวหน้าและแกนนำพรรคบางส่วน ก่อนจะมีแถลงการณ์น้อมรับพระราชโอการ จากพรรคในช่วงบ่าย
แต่แม้ว่าขณะนี้พรรคไทยรักษาชาติอาจเสี่ยงต่อการถูกยุบพรรค ขณะเดียวกันก็ยังมีรายงานว่า ในส่วนของผู้สมัครแบบแบ่งเขตคนอื่นๆนั้นยังคงมีการลงพื้นที่หาเสียงกันต่อเหมือนเดิม
และนอกจากนี้บางที รายงานว่าวันจันทร์ที่ 11 กุมภาพันธ์นี้ คณะกรรมการ กกต.ชุดใหญ่จะมีการประชุม และคาดว่าจะมีความชัดเจอออกมาต่อกรณีดังกล่าวในช่วงสัปดาห์หน้าที่กำลังจะถึงนี้
และสิ่งหนึ่งจะต้องจับตาควบคู่กันไปกับพรรคไทยรักษาชาติ ก็คือความเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อไทยและพรรคเพื่อชาติที่ถูกมองว่ามีความสัมพันธ์กัน ซึ่งขณะนี้ทั้ง2พรรค ยังคงไม่มีความเคลื่อนไหวต่อกรณีดังกล่าว และจำเป็นต้องระมีดระวังการกระทำอันสุ่มเสี่ยงที่จะถูกมองว่าผิดกฏหมายการเลือกตั้งครับ