เนชั่นทีวี

ข่าว

"ประยุทธ์" ชมคนไทยร่วมใจแก้ปัญหาวิกฤตฝุ่น PM 2.5

09 ก.พ. 2562 | Ekkapon

"ประยุทธ์" ชมคนไทยร่วมใจแก้ปัญหาวิกฤตฝุ่น PM 2.5

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้กล่าวกับประชาชนผ่านรายการ "ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน" ทางสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ในวันศุกร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 20.15 น. ในประเด็นต่าง ๆ ซึ่งสรุปสาระสำคัญดังนี้

รายงานผลการพัฒนาของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ประเทศในรอบ 5 ปี (พ.ศ. 2557 พ.ศ. 2561) มีความแข็งแกร่ง ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จาก 1% ในปี 2557 ขึ้นมาจนถึง 4.2% ในปี 2561 สูงกว่าอัตราเฉลี่ยของโลกที่ชะลอตัวเหลือ 3.7% มูลค่า GDP ของไทยเพิ่มขึ้นจาก 13 ล้านล้านบาท ในปีแรกของรัฐบาลเป็น 16 ล้านล้านบาท ในปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ปัจจัยภายนอกที่เป็นความเสี่ยง ทั้งเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวและปัญหาสงครามการค้า (Trade War) ระหว่างสหรัฐฯและจีน ตลอดจนปัญหาการแยกตัวออกจากสหภาพยุโรปของอังกฤษ (BREXIT) และอัตราดอกเบี้ยโลก ทั้งหมดนี้เชื่อมโยงกับไทยและทุกภูมิภาค
การปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจของไทย โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อเป็นแหล่งบ่มเพาะอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ผลักดันให้เกิดการลงทุนในอุตสาหกรรม New S-Curve ในช่วงที่ผ่านมา มากกว่า 7 แสนล้านบาท ทั้งในส่วนการลงทุนภาครัฐ และการลงทุนร่วมภาคเอกชน (PPP) นโยบายไทยแลนด์ 4.0 ที่จะสร้างความได้เปรียบในเชิงแข่งขัน บนพื้นฐานของนวัตกรรมและการสร้างมูลค่า นโยบาย Thailand Plus 1 เชื่อมโยงกับประเทศในภูมิภาคอาเซียนและประชาคมอื่นๆ การส่งเสริมธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมช่วยให้มีผู้ประกอบการเพิ่มขึ้น อย่างต่อเนื่องจาก 39.7% ในปี 2559 มาอยู่ที่ 42.6% ในปี 2561 ประเทศที่พัฒนาแล้วต้องมีสัดส่วน SME อยู่ที่ 60-70% เร่งลงทุนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศที่สำคัญ กว่า 2.44 ล้านล้านบาท พื้นที่ชลประทาน เพิ่มขึ้นเกือบ 3 ล้านไร่ การบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติและเปิดประมูลสัมปทานที่จะหมดอายุ ลดต้นทุนพลังงานของประเทศ 5 แสนล้านบาท รวมถึงการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจฐานรากในชุมชน ท้องถิ่น เช่น การทำเกษตรกรรมแปลงใหญ่ บนพื้นที่กว่า 5.4 ล้านไร่ มีเกษตรกรเข้าร่วมกว่า 3 แสนราย

"ประยุทธ์" ชมคนไทยร่วมใจแก้ปัญหาวิกฤตฝุ่น PM 2.5


โครงการไทยนิยมยั่งยืน ยังเป็นกลไกการขับเคลื่อนตั้งแต่ระดับชาติสู่ระดับพื้นที่ ให้พัฒนาตนเอง ดูแลหนี้สินนอกระบบ กฎหมายขายฝาก แก้ปัญหาที่ดินและน้ำเพื่อการเกษตรอย่างยั่งยืนทั้งโครงการระยะสั้นระยะกลาง และระยะยาว คลอบคลุมเกษตรกรรม การประมง และปศุสัตว์ รวมทั้งการค้าขายปลีก ช่องทางการขายการทำการตลาด การขนส่ง
การท่องเที่ยวของไทยติดอันดับ 1 ของโลกและเป็นอันดับ 4 ของประเทศที่มีรายได้จากการท่องเที่ยวสูงสุด ช่วง 10 ปี 2551 - 2561 นักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นจาก 14 ล้านคน เป็น 40 ล้านคน ซึ่งไทยต้องเฝ้าระวังผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่จะตามมา ทั้งการจัดการขยะ ความปลอดภัย การใช้ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม
นายกรัฐมนตรี ยังชื่นชมทุกภาคส่วนที่ร่วมแรง ร่วมใจกัน ระดมสมอง ความคิด ในการแก้ปัญหากรณีปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ปกคลุมทั่วเมืองกรุงเทพฯ ทั้งการใช้โดรน การใช้เครื่องบินพ่นน้ำ การพ่นน้ำที่ตึกสูง โครงการอาชีวะอาสา ตั้งศูนย์ Fix it center ให้บริการเช็คสภาพรถ ทำความสะอาดกรองอากาศ ท่อไปเสีย ออกแบบเครื่องพอละอองน้ำ อุโมงค์พ่นน้ำแรงดันสูง เพื่อช่วยดักจับฝุ่นควัน การออกแบบเครื่องกำจัดมลพิษทางอากาศแบบเคลื่อนที่ รวมถึงการล้างถนนและลดฝุ่นในเขตก่อสร้าง เป็นต้น สำหรับมาตรการระยะยาวในการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองและมลพิษทางอากาศ คือ การพัฒนาไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งจะเป็น Roadmap ทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยไปสู่การเป็นฐานการผลิตและส่งออกยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า หรือเป็น EV Hub ของภูมิภาค และของโลกในวันข้างหน้า 
การประชุมใหญ่ World Economic Forum ปีนี้ หรือ Davos 2019 ให้ความสำคัญกับประเด็นสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนเป็นพิเศษ ในขณะที่กลุ่มประเทศเศรษฐกิจชั้นนำ G20 ประกาศว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะเป็นวาระสำคัญในการประชุมปีนี้ ประเทศไทยต้องเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้อย่างน้อยครึ่งหนึ่ง ภายใน 12 ปีข้างหน้านี้
ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา มีผลการดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญๆเช่น 1) การกำกับดูแลการปล่อยมลพิษทางน้ำและทางอากาศอย่างเคร่งครัดของสถานประกอบการ โรงงานและนิคมอุตสาหกรรม 2) การผลักดันกฎหมายใหม่เพื่อส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ 3) กำหนดให้การกำจัดขยะมูลฝอยเป็นวาระแห่งชาติ เน้นการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง โดยเพิ่มบทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถจัดการขยะมูลฝอยตกค้าง 4)รณรงค์ลดการใช้โฟมและถุงพลาสติก โดยร่วมมือกับศูนย์การค้า ซุปเปอร์มาร์เกต ร้านสะดวกซื้อ สามารถลดได้ราว 370 ล้านใบ 5) ลดพลาสติกหุ้มฝาขวดน้ำดื่ม 6) ห้ามสูบบุหรี่บริเวณพื้นที่ชายทะเล 7) จัดการของเสียอันตรายชุมชนอย่างถูกต้อง 8) แก้ปัญหาหมอกควันภาคเหนือให้ดีขึ้น ขยายความร่วมมือกับ 5 ประเทศอนุภูมิภาคแม่โขง เพื่อแก้ไขปัญหามลพิษจากหมอกควันข้ามแดนอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่ยั่งยืนที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG) ขององค์การสหประชาชาติ ด้วยการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนการปฏิรูปประเทศในทุกมิติ เน้นการพัฒนาสีเขียวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม น้อมนำศาสตร์พระราชามาประยุกต์ใช้อย่างเหมาะสม

ข่าวล่าสุด