เนชั่นทีวี

ข่าว

นักเรียนม.6 พ้อ "ทนายความ" ทอดทิ้งคดีแม่ติดคุก

06 ก.พ. 2562 | sutthirak

นักเรียนม.6 พ้อ "ทนายความ" ทอดทิ้งคดีแม่ติดคุก

นักเรียน ม.6 ที่แม่ติดคุกในคดีนายทุนเงินกู้นอกระบบ แจ้งจับแม่พร้อมเพื่อนบ้านอีก 2 คน ข้อหาบุกรุกที่ดิน เผยทนายความอาสา ไม่ติดตามขอคัดคำสั่งศาลเพื่อยื่นฎีกาให้ อ้างมีเวลาจะทำให้ พ้อคงเป็นเพราะไม่มีเงินจ่ายค่าทนาย

หลังจากที่ นางสาวจุฑารัตน์ มะลิจันทร์ นักเรียน ชั้น ม.6 โรงเรียนสตรีศึกษาร้อยเอ็ด ร้องขอความเป็นธรรมกรณีแม่ คือ นางธีระวรรณ พงษ์เกษม อายุ 44 ปี ชาวบ้านค้อใหญ่ บ้านเลขที่ 70 ม.6 ต.ค้อใหญ่ อ.พนมไพร ร้อยเอ็ด ต้องติดคุกตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เป็นเวลา 4 เดือน จากกรณีนายทุนเงินกู้นอกระบบฟ้องร้องแม่ ร่วมกับนายพงษ์ศักดิ์ และนางศิริพร สิทธิสาร เพื่อนบ้านที่เป็นเจ้าของที่นาซึ่งลงไปทำนา ที่นำไปจำนองไว้กับนายทุน แต่นายทุนทำเป็นขายฝากและยึดไป โดยวันเกิดเหตุ นางธีระวรรณ ไปหานายพงษ์ศักดิ์ และนางศิริพร ขณะที่พูดคุยกันมีตำรวจสภ.พนมไพร รับแจ้งจากนายทุนเงินว่า เจ้าของที่ดินเดิมบุกรุกที่ดินของนายทุน และมาถ่ายภาพ แล้วตั้งข้อหาจับกุมดำเนินคดี และส่งฟ้องศาล และเมื่อวันที่ 30 มกราคม ที่ผ่านมา ศาลอุทธรณ์ ตัดสินจำคุกทั้ง 3 คน คนละ 4 เดือน และส่งเข้าเรือนจำจังหวัดร้อยเอ็ด

น.ส.จุฑารัตน์ บอกว่า หลังทราบคำตัดสินศาลอุทธรณ์ แม่ให้นายประกันคนเดิม ที่เคยประกันตัวแม่ในศาลชั้นต้น ประกันตัวในชั้นฎีกา แต่ศาลฎีกา ไม่ให้ประกันตัว ทำให้เธอเองสิ้นหวัง ขาดที่พึ่ง เพราะแม่ต้องหาเลี้ยง ดูแลลูก 3 คน คือพี่สาวคนโต ที่เรียนอยู่มหาวิทยาลัยในกรุงเทพ ทำงานส่งตัวเองเรียนไปด้วย และยังต้องอาลัยแม่ส่งเสียส่วนหนึ่งด้วย นอกจากนั้น ยังต้องดูแลลูกชายคนโต ที่พิการทางการได้ยิน เรียนจบแค่ ม.3 ก็ต้องออกมาหางานทำรับจ้างร้านก๋วยเตี๋ยวได้ค่าแรงแค่วันละ 100 บาท ขณะที่จุฑารัตน์ ที่เรียนอยู่ ม.6 ก็ต้องพึ่งพา ความช่วยเหลือและส่งเสียจากแม่ และที่สำคัญและเสียใจที่สุด คือปีนี้เป็นปีสุดท้ายก็จะจบและได้โควตาไปเรียนต่อในคณะบริหาร สาขาการจัดการท่องเที่ยว ที่มหาวิทย่าลัยแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย

น.ส.จุฑารัตน์ บอกับทีมข่าวเนชั่นทีวี ว่า ได้ติดต่อไปที่ทนายความให้ช่วยคัดเอกสารคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลเพื่อยื่นประกันหรือเขียนคำร้องขอปล่อยตัวแม่เข้าไปใหม่ ซึ่งเธอไม่เข้าใจขั้นตอนมากนัก จึงติดต่อหาทนายความ ปรากฎว่าทนายความบ่ายเบี่ยง บอกว่า มีเวลาจะไปคัดให้ และพูดในทำนองเหมือนไม่อยากทำคดีให้แม่ของจุฑารัตน์แล้ว ซึ่งแม่ก็เคยพูดว่าเราไม่ค่อยมีเงิน ทนายความอาสาแต่เขาก็รับเงิน ครั้งหนึ่งแม่มีเงินให้เขาแค่ 300 บาท ดังนั้น จึงคิดว่า อยากจะหาทนายความมาช่วยและถ้าทนายความเอาใจใส่เชื่อว่า แม่จะได้ออกมาเป็นเสาหลักให้กับลูกๆ 3 คน

ข่าวล่าสุด