เนชั่นทีวี

ข่าว

สิ่งแวดล้อมมาเลย์ กำลังพินาศ หลังทุเรียนบูม

02 ก.พ. 2562 | lastman

สิ่งแวดล้อมมาเลย์ กำลังพินาศ หลังทุเรียนบูม

ความกระหายทุเรียนของชาวจีน ส่งผลให้ราคาของ "ราชาแห่งผลไม้" พุ่งสูงและสร้างกำไรมหาศาลแก่ผู้ปลูกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่มาเลเซียกำลังถูกมองว่า กำลังเผชิญความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมและชนพื้นเมือง

ความต้องการทุเรียนที่เพิ่มสูงขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากลูกค้าชาวจีน ส่งผลให้ราคาทุเรียนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้พุ่งทะยานขึ้น โดยในช่วงระหว่างปี 2556-2560 ราคาทุเรียนพันธุ์มูซังคิง ที่แปลว่าราชาแมวป่า ของมาเลเซีย ราคาพุ่งเกือบ 3 เท่า จากก.ก.ละ 9 ดอลลาร์ เป็น ก.ก.ละ 22 ดอลลาร์ เมื่อปี 2559 ประเทศไทยเป็นผู้นำในการส่งออกทุเรียนสร้างรายได้มากถึง 495 ล้านดอลลาร์ ส่วนมาเลเซียได้ 18ล้านดอลลาร์ ส่วนเมื่อต้นปีที่แล้ว พบว่าเส้นทางส่งออกทุเรียนได้มุ่งไปยังจีน

ทุเรียนกลายเป็นสินค้าส่งออกที่สร้างกำไรให้อย่างสูงสุดรายได้จากการปลูกทุเรียนทำกำไรได้มากกว่าปลูกปาล์มน้ำมันกว่า 9 เท่า ทุเรียนสายพันธุ์มูซัง คิงเดิมปลูกที่รัฐกลันตัน ในอำเภอเล็กๆ ที่โดดเดี่ยวคือ กัว มูซัง แต่ปัจจุบันรัฐกลันตันยังได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในรัฐที่ล้าหลังและมีการบริหารที่ย่ำแย่ที่มีพรรคอิสลามสายเคร่งอย่างพรรคปาสครองอำนาจมานานถึง29 ปี ดัชนีวัดการพัฒนาของมนุษย์ยังชี้ว่าล้าหลังกว่าศรีลังการและบังคลาเทศอีกด้วย


แต่เมื่อทุเรียนกลายเป็นที่นิยม จากที่เคยยากจนและล้าหลังก็เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงและมีทั้งผู้แพ้และผู้ชนะ ชนพื้นเมืองเผ่ามาลายูดั้งเดิมและโดดเดี่ยวที่เรียกว่า"เตอเมียร์" ในอำเภอกัว มูซัง ต้องกลายเป็นเหยื่อของความเปลี่ยนแปลง เมื่อป่าที่พวกเขาคุ้นเคยมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ ได้ถูกโค่นเพื่อทำสวนทุเรียน

มาเลเซียมีชนพื้นเมืองแค่178,000คน หรือไม่ถึง1%ของประชากรในประเทศ แต่ตอนนี้ ที่ดินของพวกเขากำลังถูกลุกล้ำด้วยสวนทุเรียน ผู้ใหญ่บ้าน บอกว่า ที่ดินนี้เป็นของพวกเขาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ ก่อนได้รับเอกราชเสียอีก พวกเขาต้องป้องกันบรรดาบริษัทต่างๆ ไม่ให้เข้ามาโค่นต้นไม้เพื่อปลูกทุเรียน ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ปีที่แล้ว และแม้จะไม่มีการตกลงกันเป็นลายลักษณ์อักษรหรือข้อกฎหมาย แต่รัฐบาลมาเลเซียกับบรรพบุรุษของเขาได้ตกลงกันไว้แล้วว่าที่ดินที่พวกเขาครอบครองมาหลายพันปี เป็นของพวกเขา

ในอดีตที่ผ่านมา มีการปลูกพืชสมุนไพรที่ใช้ทำยาในป่าแห่งนี้ ที่ทำให้ชนพื้นเมืองมีรายได้จากการเก็บไปขาย แต่ตอนนี้ ต้นไม้อายุหลายร้อยปีและสูงเสียดฟ้าที่ช่วยปกป้องสิ่งมีชีวิตในป่า ได้ถูกโค่นเพื่อปลูกทุเรียน หลังการเลือกตั้งทั่วไป นักเคลื่อนไหวเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและชนพื้นเมืองได้ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีมหาเธร์ โมฮัมหมัด เรียกร้องให้รัฐบาลกลางเข้าแทรกแซง และโชคดีที่รัฐบาลกลางได้ยื่นฟ้องรัฐบาลรัฐกลันตัน ที่ล้มเหลวในการปกป้องที่ดินของชนพื้นเมืองในกัว มูซัง ที่นับเป็นความก้าวหน้าที่สำคัญ แต่นักเคลื่อนไหวบอกว่า มาเลเซียควรเรียนรู้จากอินโดนีเซีย ถึงผลกระทบจากการโค่นและเผาทำลายป่าเพื่อทำสวนปาล์มน้ำมัน

ข่าวล่าสุด