ความต้องการทุเรียนที่เพิ่มสูงขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากลูกค้าชาวจีน ส่งผลให้ราคาทุเรียนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้พุ่งทะยานขึ้น โดยในช่วงระหว่างปี 2556-2560 ราคาทุเรียนพันธุ์มูซังคิง ที่แปลว่าราชาแมวป่า ของมาเลเซีย ราคาพุ่งเกือบ 3 เท่า จากก.ก.ละ 9 ดอลลาร์ เป็น ก.ก.ละ 22 ดอลลาร์ เมื่อปี 2559 ประเทศไทยเป็นผู้นำในการส่งออกทุเรียนสร้างรายได้มากถึง 495 ล้านดอลลาร์ ส่วนมาเลเซียได้ 18ล้านดอลลาร์ ส่วนเมื่อต้นปีที่แล้ว พบว่าเส้นทางส่งออกทุเรียนได้มุ่งไปยังจีน
ทุเรียนกลายเป็นสินค้าส่งออกที่สร้างกำไรให้อย่างสูงสุดรายได้จากการปลูกทุเรียนทำกำไรได้มากกว่าปลูกปาล์มน้ำมันกว่า 9 เท่า ทุเรียนสายพันธุ์มูซัง คิงเดิมปลูกที่รัฐกลันตัน ในอำเภอเล็กๆ ที่โดดเดี่ยวคือ กัว มูซัง แต่ปัจจุบันรัฐกลันตันยังได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในรัฐที่ล้าหลังและมีการบริหารที่ย่ำแย่ที่มีพรรคอิสลามสายเคร่งอย่างพรรคปาสครองอำนาจมานานถึง29 ปี ดัชนีวัดการพัฒนาของมนุษย์ยังชี้ว่าล้าหลังกว่าศรีลังการและบังคลาเทศอีกด้วย
แต่เมื่อทุเรียนกลายเป็นที่นิยม จากที่เคยยากจนและล้าหลังก็เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงและมีทั้งผู้แพ้และผู้ชนะ ชนพื้นเมืองเผ่ามาลายูดั้งเดิมและโดดเดี่ยวที่เรียกว่า"เตอเมียร์" ในอำเภอกัว มูซัง ต้องกลายเป็นเหยื่อของความเปลี่ยนแปลง เมื่อป่าที่พวกเขาคุ้นเคยมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ ได้ถูกโค่นเพื่อทำสวนทุเรียน