PepsiCo บริษัทในอุตสาหกรรมอาหารที่ทรงอิทธิพลของโลกร่วมกับองค์การอนามัยโลก หรือ WHO ยกย่องรัฐบาลไทยที่สั่งห้ามใช้ไขมันทรานส์มาประกอบอาหารและเพิ่งมีผลบังคับใช้เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ในขณะที่ PepsiCo ก็ระบุว่าได้กำจัดไขมันทรานส์ออกจากผลิตภัณฑ์ทุกชนิดที่จำหน่ายในสหราชอาณาจักรแล้วเช่นกัน
รัฐบาลไทยได้สั่งห้ามใช้ไขมันทรานส์โดยเห็นแก่ประโยชน์ของสุขภาพของสาธารณชนแม้ว่าประชากรชาวไทยจะขึ้นชื่อเรื่องรูปร่างที่ผอมบางเหมือนกับอีกหลายชาติเอเชีย แต่โรคอ้วนกำลังกลายเป็นปัญหาที่เติบโตอย่างรวดเร็วตามด้วยโรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมองที่เป็นสาเหตุให้เกิดการเสียชีวิตในหมู่ชาวไทย และนักวิจัยพากันสรุปว่าไขมันทรานส์มีส่วนสำคัญในสาเหตุเหล่านี้
เจ้าหน้าที่สาธารณสุขระบุว่า การเพิ่มขึ้นของโรคอ้วนและโรคหัวใจเกิดจากการที่คนไทยหันมาบริโภคอาหารตะวันตกกันมากขึ้น อาหารจานด่วนอาหารขยะและอาหาร
อื่นๆ ได้กลายเป็นที่นิยมด้านบริษัท Pepsi-Cola (Thailand)Trading Company ที่ผลิตอาหารขบเคี้ยวด้วย ยืนยันว่า ไม่ได้ใช้ PartiallyHydrogenated Oils ที่มีส่วนผสมของไขมันทรานส์ในการผลิตมันฝรั่งอบกรอบยี่ห้อ Lays / Cheetos และ Twisties
ขณะที่ McDonald's กับ KentuckyFried Chicken ก็ยืนยันว่า ได้กำจัดไขมันทรานส์ออกจากอาหารที่จำหน่ายในประเทศไทยเพื่อน้อมรับคำสั่งห้ามของรัฐบาล คำสั่งห้ามผ่านการอนุมัติเมื่อเดือนกรกฎาคมและบริษัททั้งหลายมีเวลา 180 วันในการเตรียมพร้อมปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด องค์การอาหารและยา ระบุว่าบริษัทเหล่านี้ ได้เรียกคืนผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของไขมันทรานส์ตั้งแต่รัฐบาลประกาศห้ามครั้งแรกส่วนผู้นำเข้าก็เรียกร้องไปยังบริษัทผู้ผลิตให้แนบเอกสารรับรองว่าผลิตภัณฑ์ไม่มีส่วนผสมของไขมันทรานส์
องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ได้ยกย่องไทยที่จัดทำแคมเปญที่มีประสิทธิภาพ ในการแจ้งเตือนไปยังผู้ผลิตอาหารในภาคเอกชน เกี่ยวกับอันตรายจากผลกระทบของไขมันทรานส์ทำให้พวกเขาทราบเรื่องคำสั่งห้ามและปฏิบัติตามโดยไม่เกิดปัญหาใดๆ