พล.ต.ต.นิธิธร กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) และเจ้าหน้าที่ตำรวจจากบก.ปคบ.ตรวจค้นร้านจำหน่ายท่อไอเสียที่ไม่ได้มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมและร้านแต่งรถจักรยานยนต์ที่เป็นบ่อเกิดของปัญหาที่ส่งเสริมและสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนแต่งรถซิ่งสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับประชาชนซึ่งมีผลการปฏิบัติดังนี้ ตรวจค้นร้านท่อเสีย46 ร้าน พบการกระทำความผิดและยึดท่อไอเสียของกลางมาเพื่อตรวจสอบ 25 รายการ
นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกรมควบคุมมลพิษ กองตรวจมลพิษ โดยนายธวัชชัย แก้วภักดีนักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการ และทีมงานได้ตรวจวัดระดับเสียงท่อไอเสียที่เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด (95 เดซิเบล)ซึ่งเป็นปัญหาที่สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมากโดยตรวจรถจักรยานยนต์คันใหญ่(บิ๊กไบค์) จำนวนทั้งหมด 58 คัน พบมีท่อไอเสียเสียงดังเกินกว่ามาตรฐานกำหนดจำนวน38 คัน จึงได้ออกคำสั่งห้ามใช้รถเป็นเวลา 30 วัน
"สำหรับการตรวจยึดรถจักรยานยนต์และควบคุมตัวเด็กและเยาวชนที่ฝ่าฝืนคำสั่งคสช.โดยได้ยึดรถจักรยานยนต์ต้องสงสัยจำนวน 129 คัน แบ่งเป็นรถจักรยานยนต์ 113 คันรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ 16 คัน และควบคุมตัวเด็กและเยาวชนได้จำนวน 51 ราย ผู้ใหญ่66 ราย รวมทั้งหมด 117 ราย โดยตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดและเก็บตัวอย่าง DNA ตามนโยบายของผู้บังคับบัญชาผลการปฏิบัติไม่พบสารเสพติดในปัสสาวะเยาวชนและผู้ใหญ่ ทั้งนี้จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรวมทั้งพ่อแม่ผู้ปกครองของเด็กและเยาวชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครได้ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหากลุ่มวัยรุ่นรวมตัวแข่งขันรถในทางสาธารณะและผู้ขับขี่รถจักรยายนต์คันใหญ่(บิ๊กไบค์) ว่าก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญแก่ประชาชนเป็นจำนวนมากทั้งยังส่งผลร้ายตามมาอีกมากมายและรณรงค์ให้ประชาชนในพื้นที่ช่วยกันปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาลโดยอบรมบุตรหลานไม่ให้ออกมารวมตัวมั่วสุมหรือมีพฤติกรรมแข่งขันรถในทางสาธารณะส่วนเด็กและเยาวชนที่มีพฤติกรรมแข่งขันรถในทางสาธารณะ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการส่งตัวไปเข้ารับการอบรมตามวันเวลาที่จะกำหนดต่อไป"ผบก.จร.ระบุ