เนชั่นทีวี

ข่าว

รวบ"พี่ยศ เมืองนนท์"โพสต์ชวนขาโจ๋ซิ่งกลางถนน

01 ก.พ. 2562 | jiradej

รวบ"พี่ยศ เมืองนนท์"โพสต์ชวนขาโจ๋ซิ่งกลางถนน

"บิ๊กปิ่น" ผู้การฯจราจร พร้อมชุดเฉพาะกิจ บุกรวบ เจ้าของเพจเฟสบุ๊ค "พี่ยศ เมืองนนท์" โพสต์ชวนขาโจ๋แว้นกลางถนน ตามหมายจับฐาน "เป็นผู้สนับสนุนให้มีการแข่งขันรถในทางสาธารณะ" พร้อมบุกรวบร้านแต่งรถซิ่ง 46 ร้าน ยึดท่อไอเสียอีกอื้อ

เมื่อเวลา 00.30 น.วันที่ 2 ก.พ.ที่กองบังคับการตำรวจนครบาล2 (บก.น.2)ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม.หน.ชุดปฏิบัติการตามคำสั่งผบ.ตร. ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ ผบก.จร.พ.ต.อ.สราวุธ จินดาคำ รองผบก.น.2 ,พ.ต.อ.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบก.อก.บช.ปส. พ.ต.อ.ชัชชัย สำเนียง ผกก.5บก.จร. ตำรวจชุดปฏิบัติการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (TACTICS) ตำรวจสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองตำรวจกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ตำรวจกองบังคับการตำรวจจราจรตำรวจกองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ และตำรวจกองบังคับการตำรวจนครบาล2ร่วมกันแถลงผลการปฏิบัติการกวดขันและป้องกันการแข่งขันรถในทางสาธารณะในพื้นที่บก.น.2


รวบ"พี่ยศ เมืองนนท์"โพสต์ชวนขาโจ๋ซิ่งกลางถนน


พล.ต.ต.นิธิธร กล่าวว่า สืบเนื่องจากตามคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 22/2558 เรื่องมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแข่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในทางสาธารณะซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้จัดตั้งคณะทำงานปราบปรามการแข่งขันรถในทางสาธารณะโดยในวันนี้ (2 ก.พ.) ได้ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาแอดมินเพจตามหมายจับจำนวน 1 รายจากการสืบสวนทราบว่ามี เพจเฟสบุ๊คชื่อ "พี่ยศ เมืองนนท์" มีพฤติกรรมโพสต์ชักชวนให้กลุ่มวัยรุ่นออกมารวมตัวมั่วสุมแข่งรถในทางสาธารณะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล โดยมีผู้ติดตามกว่า 300 คน ซึ่งการแข่งขันแต่ละครั้งมีการรวมตัวกันมากกว่า100 คัน และถ่ายทอดสดลงในเฟสบุ๊ค ซึ่งมีกลุ่มวัยรุ่นสนใจรับชมและแชร์ต่อเป็นจำนวนมากซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวได้สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับประชาชนผู้พักอาศัยในพื้นที่เกิดเหตุและใกล้เคียงและผู้ใช้รถใช้ถนนเป็นอย่างมาก โดยเจ้าของเพจเฟสบุ๊คดังกล่าวคือ นายสมยศ หวนสีทัยอายุ 23 ปี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้จับกุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับในความผิดฐาน "เป็นผู้สนับสนุนให้มีการแข่งขันรถในทางสาธารณะ" ดำเนินคดีตามกฎหมายหมายจับที่ 95 เพจที่ 111ที่มีการถูกปิดไป

รวบ"พี่ยศ เมืองนนท์"โพสต์ชวนขาโจ๋ซิ่งกลางถนน


พล.ต.ต.นิธิธร กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) และเจ้าหน้าที่ตำรวจจากบก.ปคบ.ตรวจค้นร้านจำหน่ายท่อไอเสียที่ไม่ได้มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมและร้านแต่งรถจักรยานยนต์ที่เป็นบ่อเกิดของปัญหาที่ส่งเสริมและสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนแต่งรถซิ่งสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับประชาชนซึ่งมีผลการปฏิบัติดังนี้ ตรวจค้นร้านท่อเสีย46 ร้าน พบการกระทำความผิดและยึดท่อไอเสียของกลางมาเพื่อตรวจสอบ 25 รายการ


นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกรมควบคุมมลพิษ กองตรวจมลพิษ โดยนายธวัชชัย แก้วภักดีนักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการ และทีมงานได้ตรวจวัดระดับเสียงท่อไอเสียที่เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด (95 เดซิเบล)ซึ่งเป็นปัญหาที่สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมากโดยตรวจรถจักรยานยนต์คันใหญ่(บิ๊กไบค์) จำนวนทั้งหมด 58 คัน พบมีท่อไอเสียเสียงดังเกินกว่ามาตรฐานกำหนดจำนวน38 คัน จึงได้ออกคำสั่งห้ามใช้รถเป็นเวลา 30 วัน


"สำหรับการตรวจยึดรถจักรยานยนต์และควบคุมตัวเด็กและเยาวชนที่ฝ่าฝืนคำสั่งคสช.โดยได้ยึดรถจักรยานยนต์ต้องสงสัยจำนวน 129 คัน แบ่งเป็นรถจักรยานยนต์ 113 คันรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ 16 คัน และควบคุมตัวเด็กและเยาวชนได้จำนวน 51 ราย ผู้ใหญ่66 ราย รวมทั้งหมด 117 ราย โดยตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดและเก็บตัวอย่าง DNA ตามนโยบายของผู้บังคับบัญชาผลการปฏิบัติไม่พบสารเสพติดในปัสสาวะเยาวชนและผู้ใหญ่ ทั้งนี้จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรวมทั้งพ่อแม่ผู้ปกครองของเด็กและเยาวชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครได้ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหากลุ่มวัยรุ่นรวมตัวแข่งขันรถในทางสาธารณะและผู้ขับขี่รถจักรยายนต์คันใหญ่(บิ๊กไบค์) ว่าก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญแก่ประชาชนเป็นจำนวนมากทั้งยังส่งผลร้ายตามมาอีกมากมายและรณรงค์ให้ประชาชนในพื้นที่ช่วยกันปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาลโดยอบรมบุตรหลานไม่ให้ออกมารวมตัวมั่วสุมหรือมีพฤติกรรมแข่งขันรถในทางสาธารณะส่วนเด็กและเยาวชนที่มีพฤติกรรมแข่งขันรถในทางสาธารณะ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการส่งตัวไปเข้ารับการอบรมตามวันเวลาที่จะกำหนดต่อไป"ผบก.จร.ระบุ


ข่าวล่าสุด