พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญไทยตั้งแต่ปี 2475 ถึงปัจจุบัน ไม่มีกำหนดว่าให้นายกฯต้องลาออก และในทางปฏิบัติจริงไม่เคยมีผู้ใดลาออกขณะเลือกตั้งเลยใช่หรือไม่ การเลือกตั้งปี54ใครเป็นนายกฯลาออกหรือไม่ ก็ไม่ออก แล้วไปหาเสียงครม.สัญจรด้วย ตนยังไม่ทำเลย ไม่ได้ไปแบบเขา เพราะตนยังไม่ได้ไปร่วมกับพรรคการเมือง และต้องดูอีกทีว่าทำได้หรือไม่ด้วย ส่วนการเลือกตั้งปี 57 นายกฯอีกคนกับครม. ลาออกหรือไม่ก็ไม่ออก อย่ามาพูดส่งเดช ใครที่ออกไปเพราะเรื่องปลากระป๋อง มันมีความผิดก็ออกไป ส่วน 4 รมต.ในรัฐบาลนี้ที่ลาออกไป ไม่ได้มีความผิดอะไรเลย ทำงานเยอะแยะไปหมด แต่เขาขอลาออก เพราะอยากไปทำงานการเมืองเต็มตัว ทั้งที่เขาอยู่ได้ตามกฎหมาย
"อย่าไปไล่ล่ากันมากนัก พอไล่คนนี้แล้วลาออก แล้วเดี๋ยวมาไล่นายกฯออก ก็กฎหมายว่าอย่างนี้ มึงมาไล่ดูสิ ไล่ให้ได้สิ ตนไม่ท้าทายแต่ไม่ออก การที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แพ้การเลือกตั้งปี 54 ในการแข่งกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ชินวัตร ทำไมแพ้ล่ะ เป็นรัฐบาลหรือเปล่าทำไมแพ้ แสดงว่าการเป็นรัฐบาลไม่น่าจะทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบขึ้นมาแต่อย่างใด ขึ้นอยู่กับรัฐบาลมีผลงานหรือไม่ หากไม่มีประชาชนก็ไม่เลือกอยู่แล้ว ก็ไปหวังในสิ่งใหม่ๆ ที่เขาพูดออกมาจริงบ้างไม่จริงบ้าง นั่นคือการเมืองไทย" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
นายกฯ กล่าวอีกว่า นักกฎหมายในสังคนอื่นประเทศอื่น เขาเคารพกติกา เขาไม่มาถกเถียงกันในเรื่องเหล่านี้ แต่บ้านเมืองเราเวลาจะพูอะไรสักอย่างไม่มองตัวเอง เคยพูดเคยทำอะไรที่เสียหายไว้บ้าง เฉพาะที่เสียหายก็เยอะอยู่แล้ว เคยพูดบ้างหรือไม่ พูดแต่ว่าจะทำๆไปคิดเอาเอง ชี้นิ้วมาแต่ที่ตนเสมอ ว่าทำผิดไม่เคารพกฎหมายและกติกา เพื่อประโยชน์ใคร ก็เพื่อส่วนตัวทั้งสิ้น
"4 รมต.ของผมออก เขาไม่ได้ออกเพราะผมไปกดดันว่าต้องออกๆ ผมรู้ว่ากฎหมายไม่ต้องลาออก ผมอยากให้เขาทำงานแต่เขาจะไปทำพรรคการเมืองก็ต้องปล่อยเขาไป ผมก็ต้องหาคนทำแทนให้ได้ แล้วอย่ามาคิดว่า ลาออกเพราะกลัว เขาไม่ได้กลัวท่านหรอก อะไรที่พูดๆมา เสร็จแล้วก็มากดดันนายกฯ กดดันผมไม่ได้ ผมเคารพกฎหมาย"