นอกจากนี้ยังสามารถตรวจยึดของกลางยาเสพติดถูกทิ้งไว้บนพื้นสถานบันเทิงเกลื่อนกลาด ประกอบด้วย ยาบ้า 12 เม็ด ยาอี 5 เม็ด ไอซ์ชนิดเกล็ดและคีตามีนชนิดผง รวม 13 ห่อเล็ก ยาทรามาดอล 5 เม็ด ธนบัตรใบละ 20 บาทห่อคีตามีนรวม 6 ฉบับ และอุปกรณ์การเสพจำนวนหนึ่ง จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาที่มีผลตรวจปัสสาวะเป็นสีม่วง และเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี ทั้งหมด ส่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตามกฎหมาย โดยในขณะที่ตำรวจกำลังลำเลียงผู้ต้องหาขึ้นรถนั้น ปรากฏว่า พบรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแมกซ์ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ตม 4655 กรุงเทพมหานคร จอดติดเครื่องเปิดแอร์ลดกระจกอยู่บริเวณลานจอดรถหน้าสถานบันเทิง เมื่อเข้าไปตรวจสอบพบ ด.ญ.เอ (นามสมมุติ) อายุ 3 ขวบนอนหลับอยู่ภายในรถ จึงได้ประกาศหาตัวพ่อกับแม่เด็กให้ออกมาแสดงตัว
ปรากฏว่า พ่อและแม่เด็กที่ออกมาแสดงตัว ก็คือ นายเบ็นซ์ (นามสมมุติ) อายุ 30 ปี และ น.ส.ปุ้ย (นามสมมุติ) อายุ 30 ปี ทั้งคู่เดินทางมากินดื่มที่ร้าน และถูกจับในข้อหาเสพยาเนื่องจากมีผลปัสสาวะเป็นสีม่วงทั้งคู่ จากการสอบถาม น.ส.ปุ้ย ซึ่งต้องอุ้มลูกไปโรงพัก เพื่อให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในการดำเนินคดีด้วย โดยระบุว่า ตนกับสามีพาลูกมาที่สถานบันเทิงแห่งนี้ แต่ไม่ได้นำลูกเข้าไปในร้าน โดยกล่อมลูกให้หลับอยู่ในรถ พร้อมกับเปิดแอร์และลดกระจกเอาไว้ให้ จากนั้นจะสลับกันกับสามี เดินออกมาดูลูกทุกๆ 15 นาที จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับ ป.ป.ส.กทม. เข้ามาปิดผับและจับตรวจปัสสาวะดังกล่าว