วันนี้ (30ม.ค.62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ปี พ.ศ.2544เมื่อครั้งที่พระเทพวิทยาคม หรือ หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ เกจิอาจารย์ชื่อดังของจังหวัดนครราชสีมา เอ่ยคำปรารถว่าต้องการจะสร้างศูนย์ราชการแห่งใหม่ให้กับอำเภอหนองบุญมาก ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร เพื่อให้อำเภอหนองบุญมาก ได้มีศูนย์ราชการไว้ดูแลประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

ครอบครัว "ศรีหิรัญรัตน์" ตระกูลนักธุรกิจที่มีชื่อเสียงในอำเภอหนองบุญมาก ก็พร้อมใจยกที่ดินของครอบครัวให้ดำเนินการก่อสร้างในทันที จำนวน100ไร่ โดยไม่ลังเล มาวันนี้ นางเง็กเจ็ง ศรีหิรัญรัตน์ วัย72ปี ยังจำความรู้สึกนั้นได้ดี และยังตื้นตันและภูมิใจมากที่ได้มีโอกาสร่วมทำบุญครั้งใหญ่กับหลวงพ่อคูณ และได้สร้างประโยชน์ให้กับแผ่นดินเกิด
นางเง็กเจ็ง ศรีหิรัญรัตน์ เปิดใจว่า ทันทีที่ได้ยินหลวงพ่อคูณกล่าวปรารภ ต้องการจะสร้างศูนย์ราชการขึ้นเพื่อชาวหนองบุญมาก ตนเองและครอบครัวก็อยากจะมีส่วนช่วยเหลือเหลือทันทีและได้ตัดสินใจยกที่ดินบริเวณบ้านซับหวาย ปัจจุบัน อยู่ในพื้นที่ตำบลหนองหัวแรต จำนวน100ไร่ ให้ทันที เพราะเห็นถึงความตั้งใจอันแน่วแน่ในการที่จะช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่ทุรกันดารของหลวงพ่อคูณ ครอบครัวจึงอยากจะมีส่วนผลักดันและได้ทำบุญใหญ่ร่วมกับหลวงพ่อคูณสักครั้งในชีวิต
วันนี้ตัวเองและครอบครัวรู้สึกภูมิใจและดีใจอย่างมาก ที่ครั้งหนึ่งได้มีโอกาสสร้างบุญทานและคุณประโยชน์ให้กับบ้านเกิด และมาถึงทุกวันนี้ก็ยังคงอยู่ให้ได้ใช้ประโยชน์ และอยากบอกหลวงพ่อคูณว่า ขอขอบคุณกับทุกๆสิ่งที่ท่านทำเพื่อชาวหนองบุญมากมากโดยตลอด
ทั้งนี้การก่อสร้างศูนย์ราชการใหม่อำเภอหนองบุญมาก เมื่อวันที่23กุมภาพันธ์2544ได้มีการดำเนินการเปิดอาคารที่ว่าการอำเภอหลังใหม่ ซึ่งได้รับความอนุเคราะห์จากหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ท่านได้มีจิตศรัทธาและตั้งใจที่จะบริจาคเงินให้ก่อสร้างเป็นเงินงบประมาณ13,793,000บาท (สิบสามล้านเจ็ดแสนเก้าหมื่นสามพันบาทถ้วน) โดยไม่ใช้เงินงบประมาณของทางราชการ และหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ได้บริจาคเงินในการก่อสร้างเองทั้งสิ้น โดยทางทางจังหวัดนครราชสีมาโดยขออนุมัติกรมการปกครอง เป็นอาคารสองชั้นทรงไทย หลังคามุงกระเบื้องสีแดง ซึ่งจะเป็นอาคารที่ว่าการอำเภอหลังแรกของประเทศไทย ที่ก่อสร้างโดยพระบริจาคเงินเป็นอาคารหลังแรก ที่เป็นอาคารทรงไทยสวยเด่นเป็นสง่าที่สุดในประเทศไทย เพื่อให้มีความหมายในทางที่เป็นสิริมงคลตามความต้องการของราษฎร โดยมีนางเง็กเจ็ง และนายประสงค์ ศรีหิรัญรัตน์ เป็นผู้อุทิศที่ดินให้เนื้อที่100ไร่ เพื่อจัดสร้างที่ว่าการอำเภอ สถานีตำรวจภูธรอำเภอและหน่วยราชการต่าง ๆ ซึ่งทางหลวงพ่อคูณเองก็ได้อนุเคราะห์บริจาคเงินสร้างตึกอุบัติเหตุโรงพยาบาล และสถานีตำรวจ เพิ่มเติมอีก รวมเงินบริจาคในการสร้างศูนย์ราชการของอำเภอหนองบุญมากทั้งหมด จำนวนทั้งสิ้น54ล้านบาท และหลวงพ่อคูณ เห็นสมควรเปลี่ยนชื่ออำเภอใหม่ ในวันที่22พฤษภาคม2546และต่อมามีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้สมควรเปลี่ยนชื่ออำเภอหนองบุนนากเป็นอำเภอหนองบุญมาก จังหวัดนครราชสีมา จนถึงปัจจุบัน