นายธนาธร กล่าวบนเวทีปราศรัยตอนหนึ่งว่า พรรคอนาคตใหม่จะผลักดันให้ยางพาราสร้างรายได้ให้ชาวสวนยางได้ ลืมตาอ้าปากได้ ทั้งนี้ ย้อนไปเมื่อ 40 ปี ที่แล้วประเทศไทยและมาเลเซียเริ่มต้นเศรษฐกิจยางพาราพร้อมกันแต่ปัจจุบัน มาเลเซียเป็นประเทศที่แปรรูปยางพารารายใหญ่ของโลก แต่ประเทศไทยยังคงภูมิใจกับการเป็นผู้ผลิตยางพารารายใหญ่ของโลก โดยลืมไปว่าเศรษฐกิจยางพาราจะสามาราถสร้างรายได้มหาศาลให้ประเทศได้ต้องนำยางพาราไปแปรรูป นี่คือความแตกต่างด้านวิสัยทัศน์ของผู้บริหารประเทศ ตลอด 40 ปี ที่ผ่านมาประเทศไทยพัฒนาอุตสาหกรรมยางพาราไม่ตรงจุด ซึ่งพรรคอนาคตใหม่เสนอการสร้างอุตสาหกรรมแปรรูปยางพาราที่อาศัยเทคโนโลยีที่ทันสมัยให้สามารถเป็นอุตสาหกรรมส่งออกอันดับต้นๆของโลก
"ภาคใต้มีศักยภาพเพียงพอที่จะทำให้เราเป็นประเทศที่มีการแปรรูปยางพาราที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับท้องถิ่นอย่างมหาศาลได้ ภายใต้งบประมาณที่มีอยู่แล้ว ซึ่งรัฐบาลปัจจุบัน ใช้งบปีละ 30,000 ล้านบาท พรรคอนาคตใหม่มีความมั่นใจว่าจะสามารถใช้งบประมาณที่มีให้เกิดผลลัพธ์สูงสุดต่อประชาชนได้ดีกว่ารัฐบาลปัจจุบันแน่นอน โดยเราจะขยายตลาดใหม่ในต่างประเทศ ซึ่งประเทศอินเดียและประเทศบราซิลมีความต้องการสินค้าแปรรูปยางพาราจำนวนมาก แต่ทั้งนี้ แนวทางทั้งหมดนี้จะไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้หากประเทศยังอยู่ภายใต้การเมืองปัจจุบัน ปัญหาเศรษฐกิจจะแก้ได้ต่อเมื่อประเทศชาติอยู่ภายใต้ระบอบประชาธิปไตย" นายธนาธร กล่าว