องค์กรเอ็นจีโอ "ออกซ์แฟม" เผยแพร่ผลการศึกษาวันนี้ พบว่า ตลอดทั้งปี 2561มหาเศรษฐีระดับพันล้านดอลลาร์ทั่วโลกมีทรัพย์สินรวมกันเพิ่มขึ้นถึงวันละ 2,500 ล้านดอลลาร์ หรือเกือบ 8 หมื่นล้านบาท และบุคคลที่รวยที่สุดในโลก 26 คน มีความมั่งคั่งเท่ากับประชาชนที่ยากจนที่สุดครึ่งโลก หรือราว 3,800 ล้านคน โดยเฉพาะเจฟ เบซอส เจ้าของบริษัทอเมซอน และผู้ที่รวยที่สุดในโลกในปัจจุบัน มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 1 แสน1 หมื่น 2 พันล้านดอลลาร์เมื่อปีที่แล้ว ซึ่ง 1 เปอร์เซ็นต์ของทรัพย์สินของเขา เทียบเท่ากับงบประมาณกระทรวงสาธารณสุขของประเทศเอธิโอเปียที่มีประชากร 105 ล้านคน ตรงข้ามกับอีก 3,800 ล้านคนที่มีทรัพย์สินลดลง 11 เปอร์เซ็นต์เมื่อปีที่ผ่านมา
ออกซ์แฟมระบุว่า ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ที่มากขึ้น ยิ่งทำให้ปัญหาความยากจนย่ำแย่ลง ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ และทำให้ประชาชนส่วนใหญ่มีความรู้สึกโกรธเคือง โดยสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากภาครัฐเองที่เก็บภาษีกลุ่มเศรษฐีน้อยลง แต่กลับมีงบประมาณด้านการศึกษาและสาธารณสุขไม่เพียงพอ
อย่างเมื่อปีที่แล้ว ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ก็เพิ่งลดเพดานอัตราจัดเก็บภาษีเงินได้ลงจาก 39.6 เปอร์เซ็นต์ เหลือ 37 เปอร์เซ็นต์ เช่นเดียวกับนโยบายของประธานาธิบดีเอมมานูแอล มาครง ที่ทำให้เกิดการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มเสื้อกั๊กเหลืองทั่วประเทศฝรั่งเศสตามมา แต่หากรัฐบาลเก็บภาษีคนที่รวยที่สุดเพิ่มขึ้นเพียง 0.5 เปอร์เซ็นต์ ก็จะเพียงพอต่อการศึกษาของเด็กที่ด้อยโอกาส 262 ล้านคน และพอสำหรับการช่วยชีวิตคนอีก 3 ล้าน 3 แสนคนจากการเจ็บไข้ได้ป่วย