ปฏิบัติการทวงคืนผืนป่าจากกลุ่มนายทุนที่เข้าไปบุกรุกป่าโครงการฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่เสี่ยงภัย ลุ่มน้ำก้อ-ลุ่มน้ำชุน อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ ตั้งแต่วันที่ 9 ถึง 22 ม.ค. จับกุมนายทุน 8 ราย ยึดคืนพื้นที่ป่าได้ 685 - 2 - 16 ไร่ พร้อมเดินหน้าต่อตามนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ ให้ดำเนินการ นายทุนผู้บุกรุกป่าอย่างเคร่งครัด และช่วยเหลือ ดูแลผู้ยากไร้ตามคำสั่งคสช.ที่ 66/2557 ศปป.4 กอ.รมน.ร่วมกับ ศปก.พป. นำโดย พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ นำเปิดปฏิบัติการ "ฟ้าสางเหนืออ่างห้วยน้ำเฮี้ย"พร้อมกับ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 นิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ หัวหน้าโครงการฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่เสี่ยงภัยลุ่มน้ำก้อ-ลุ่มน้ำชุน สมชาย ภิญโญชูโต หัวหน้าสายตรวจปราบปราบ สายที่ 3 จากสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 เพิ่มศักดิ์ ดวงแก้ว ชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ สมชาย ฉิมแย้ม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 6 ธนาเทพ แก้วกก สนธิกำลังปฏิบัติการปราบปรามนายทุนที่บุกรุกในพื้นที่ป่าไม้ พ.ศ.2484 ในพื้นที่โครงการฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่เสี่ยงภัย ลุ่มน้ำก้อ-ลุ่มน้ำชุน จังหวัดเพชรบูรณ์ รวม 5 คดีตรวจยึดพื้นที่รวม 3,283 - 2 - 28 ไร่
พ.อ.พงษ์เพชร บอกว่า การตรวจยึดทวงคืนพื้นที่ป่า คณะเจ้าหน้าที่เดินหน้าปูพรมตรวจยึดแจ้งความดำเนินคดีกับนายทุนผู้บุกรุกพื้นที่ป่าไม้ พ.ศ.2484 พบการบุกรุกครอบครองของนายทุนที่มาจากภาคใต้ กรุงเทพฯ และจ.นนทบุรี เพื่อปลูกต้นยางพารา ปาล์มน้ำมัน โดยมี 1 รายที่เป็นนายทุนจากภาคใต้ ชื่อเสี่ยลู่ ยึดถือครอบครองพื้นที่แปลงใหญ่เนื้อที่ 3,021 - 3 - 48 ไร่สรุปการปฏิบัติการตามยุทธการ"ฟ้าสางเหนืออ่างห้วยน้ำเฮี้ย" ถึงวันที่ 23 ม.ค. จับกุม และตรวจยึดพื้นที่นายทุนได้รวม 13 ราย ยึดคืนพื้นที่ได้รวม3,969 - 0 - 44 ไร่ คณะเจ้าหน้าที่จะปฏิบัติการต่อเนื่องจนกว่าจะจบภารกิจ