พร้อมข้อความระบุว่า "ณ ท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง จ.ภูเก็ต เมื่อเวลา18.00น. ได้รับแจ้งจากเครือข่ายว่ามีนักท่องเที่ยวนำดาวทะเลสีฟ้า หรือปลาดาวสีฟ้า ใส่ถุงหิ้วกลับเข้าฝั่ง ดาวทะเล ต้องมาตายด้วยมือนักท่องเที่ยวที่มักง่าย ดูอย่างเดียวไม่พอ ยังจะพากลับขึ้นฝั่งอีก หากปล่อยปละละเลยกันเช่นนี้ แล้วจะอนุรักษ์กันเพื่ออะไร?? แล้วทำไมถึงสามารถพาขึ้นฝั่งเดินลอยละลิ่วสบายใจเช่นนี้ กลุ่มคนที่พาเที่ยวหายไปใหน ทำไมไม่บอกกล่าวกันบ้าง สมควรแล้วหรือกับสิ่งนี้ จะยอมให้สิ่งเหล่านี้เกิดอีกสักกี่สิบครั้ง ถึงจะพอ ไม่ต้องบอกว่าลูกค้าของใคร แค่เห็นหน้ากันคงจะจำกันได้ หยุดเถอะครับ ช่วยกันหยุดอย่าให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นอีกเลยครับ ช่วยกันดูแลครับ เพราะนั้นคือสมบัติของทุกคน อย่าให้นักทอ่งเที่ยวที่เข้ามาแล้ว ทำลายในส่วนของทรัพยากรที่เรามีอยู่อีกเลยครับ ช่วยกันสอดส่องดูแลเถอะครับ อย่ามองข้ามสิ่งเหล่านี้เลย หากเราทุกคนยังคงทำมาหากินกับการท่องเที่ยว ปล.ขอขอบคุณเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรฯที่คอยส่งข้อมูลให้ได้บอกกล่าวกัน"
ทั้งนี้ หลังมีการโพสต์ได้มีผู้เข้ามาแสดงความเห็น โดยส่วนใหญ่ระบุว่า ให้จัดการจับตัวส่งดำเนินคดี และให้ดำเนินคดีกับไกด์ หรือบริษัทนำเที่ยวด้วย เนื่องจากเป็นการกระทำที่ผิดกฏหมาย
สำหรับดาวสีฟ้าตัวดังกล่าว คือดาวทะเลสีน้ำเงิน (Blue Sea Star) ดาวทะเลชนิดนี้พบได้ตามแถบน้ำอุ่น ของมหาสมุทรอินเดีย และมหาสมุทรแปซิฟิก พวกมันเป็นดาวชนิดเดียว ที่มีสีน้ำเงิน
ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ( 23 ม.ค.62)ผู้ใช้ชื่อเฟซบุ๊กว่า "Khanchit Klingklip" ผู้โพสต์ หรือ นายครรชิต คลิ้งขลิบ สมาชิกชมรม HEALTHY REEF'S และเป็น เครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรฯ ได้เข้าพบ พ.ต.ท.สนั่น จันทร์รงค์ รองผกก.สส.สภ.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต และ พ.ต.ต.อนุรักษ์ กลางณรงค์ สารวัตรสืบสวน สภ.ฉลอง เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมในการติดตามตัวกลุ่มนักท่องเที่ยวดังกล่าว มาสอบสวน หลังจากให้ข้อมูลประมาณ 15 นาที เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดทั้งบริเวณท่าเทียบเรือฉลอง และพื้นที่ติดต่อ โดยเจ้าหน้าที่ฯให้ข้อมูลว่า จะมีการติดตามตัวนักท่องเที่ยวคนดังกล่าวมาสอบสวนข้อมูล เพื่อให้ทราบว่าได้นำดาวทะเลมาจากแหล่งใด ก่อนพิจารณาความผิด เนื่องจากแต่ละพื้นที่เกาะจัมีการประกาศและกำหนดอัตราโทษไว้ไม่เท่ากัน
ด้านนายครรชิต คลิ้งขลิบ เปิดเผยว่า จากกรณีที่เกิดขึ้นนั้นเป็นการทำลายสิ่งแวดล้อม เนื่องจากทำให้แนวปะการังเสียสมดุล เพราะปลาดาวหรือดาวทะเลนั้นอยู่คู่กับแนวปะการัง สมาชิกเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทะเล ซึ่งเป็นจิตอาสาซึ่งทนดูไม่ไหว จึงได้ส่งข่าวสารเข้ามาหลังจากที่ได้บันทึกเป็นภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวไว้ ตนจึวนำมาโพสต์ เจตนา คือ เพื่อให้ทุกคนร่วมด้วยช่วยกันเป็นหูเป็นตา และร่วมกันดูแลทรัพยากรซึ่งเป็นจุดขายของการท่องเที่ยว ตลอดจนให้เกิดการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน
สำหรับกรณีของนักท่องเที่ยวรายดังกล่าวนั้นตน ทราบจากเครือข่ายว่า ได้มีการพูดคุยกับนักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าวแล้ว เพื่อขอดาวทะเลไปไว้ในทะเลเช่นเดิม ซึ่งต้องใช้เวลาในการพูดคุยอยู่นานกว่าที่นักท่องเที่ยวจะยินยอมมอบดาวทะเลให้ และทางเครือข่ายฯ ก็จะนำไปไว้ในทะเลอ่าวฉลอง ซึ่งจากการที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัวมาให้ข้อมูล ถือเป็นเรื่องที่ดีที่ให้ความสำคัญกับปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะที่ผ่านมาทางกลุ่มฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องดำเนินการเอง ซึ่งอาจจะมีความล่าช้า
อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา ผู้ประกอบการต่างๆในจังหวัดภูเก็ตส่วนใหญ่ โดยเฉพาะผู้ประกอบการชาวไทย ต่างให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์การดูแลทรัพยากรทางทะเลอยู่แล้ว มีนโยบายให้พนักงานช่วยกันดูแลไม่ให้กระทำผิด เช่น การให้อาหารปลา การจับปลาสวยงาม การเก็บสิ่งต่างๆจากในทะเลและชายหาด เป็นต้น หากพบเห็นให้ทำการตักเตือน โดยมีข้อตกลงที่ได้ทำร่วมกัน 5 ข้อ คือ
1. ไม่ให้อาหารปลา
2. ไม่เก็บเปลือกหอย
3 .ไม่เก็บปะการัง
4.ไม่ยืนบนปะการัง
5.ไม่ทิ้งขยะลงในทะเล แต่ก็พบว่ายังมีผู้ประกอบการบางส่วน ซึ่งเป็นส่วนน้อยที่ยังไม่มีจิตสำนึก ไม่ให้ความสำคัญ และยังคงกระทำการปล่อยปละเลยให้นักท่องเที่ยวกระทำตามใจ ซึ่งสุดท้ายผลจากการกระทำผิดของนักท่องเที่ยวก็จะทำให้ผู้ประกอบการเองที่เดือดร้อนไปด้วย