ซึ่งหัวในการชี้แจงมีดังนี้
มร. เหริน เจิ้งเฟย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้งหัวเว่ย กล่าวว่า เขาจะปฏิเสธคำขอเข้าถึงข้อมูลผู้ใช้งานของบริษัทจากรัฐบาลจีน "อย่างเด็ดขาด"
*มร. เหริน เจิ้งเฟยอดีตทหารประจำกองทัพปลดแอกประชาชนจีนและสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์กล่าวกับตัวแทนสื่อต่างประเทศว่าสายสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างเขากับพรรครัฐบาลไม่มีผลใดๆหากเขาต้องตอบโต้กับรัฐบาลชุดเดียวกัน หากมีการขอข้อมูลผู้ใช้งาน
* ประธานฯหัวเว่ยชื่นชมประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าเป็น "ประธานาธิบดีผู้ยิ่งใหญ่"
หัวเว่ยจะไม่ยินยอมให้รัฐบาลจีนเข้าถึงข้อมูลลูกค้า แม้รัฐบาลจะร้องขอก็ตามประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้งบริษัทหัวเว่ยกล่าวย้ำเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาท่ามกลางกระแสกดดันทางการเมืองที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องกับยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของจีน
มร. เหริน เจิ้งเฟยซึ่งน้อยครั้งจะออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างชาติ ได้ชี้แจงเกี่ยวกับข้อกังวลต่างๆจากรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ออกมาเตือนว่าอุปกรณ์โทรคมนาคมของบริษัทอาจเปิดช่องให้รัฐบาลจีนเข้าถึงช่องโหว่ในซอฟต์แวร์ (Backdoor) เพื่อเข้าไปยังระบบเครือข่ายโทรคมนาคมของประเทศ
มร. เหรินกล่าวเป็นภาษาจีนกลางกับคณะสื่อมวลชนโดยผ่านล่ามที่บริษัทเป็นผู้จัดหามาว่าหัวเว่ยไม่เคยส่งมอบข้อมูลดังกล่าวให้แก่รัฐบาลปักกิ่ง
"เมื่อพูดถึงเรื่องความปลอดภัยด้านไซเบอร์และการปกป้องความเป็นส่วนตัวเรายืนหยัดที่จะอยู่เคียงข้างลูกค้าของเราเราจะไม่ทำสิ่งที่เป็นภัยต่อประเทศหรือประชาชนคนใด" มร.เหริน กล่าวกับนักข่าวที่มารวมตัวกันที่สำนักงานใหญ่ของหัวเว่ยในเมืองเซิ่นเจิ้นประเทศจีน
"กระทรวงการต่างประเทศของจีนได้ชี้แจงอย่างเป็นทางการว่าไม่มีข้อกฎหมายใดของจีนที่บังคับให้บริษัทต้องสร้างช่องโหว่สำคัญในซอฟต์แวร์หัวเว่ยและตัวผมโดยส่วนตัวเองก็ไม่เคยได้รับคำขอใดๆ จากรัฐบาลเพื่อให้ส่งมอบข้อมูลโดยมิชอบ"มร. เหริน กล่าวเพิ่มเติม
ทั้งนี้ มร. เหรินเป็นอดีตทหารประจำกองทัพปลดแอกประชาชนจีน ปัจจุบันเป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ถูกตั้งคำถามถึงประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทของเขากับหน่วยงานเหล่านี้มาเป็นเวลาหลายปีแม้ประวัติของเขาจะแสดงถึงความสัมพันธ์ดังกล่าว แต่มร.เหรินก็ได้กล่าวกับตัวแทนสื่อต่างชาติว่าความสัมพันธ์อันยาวนานของเขากับพรรคคอมมิวนิสต์จีนไม่มีผลใดๆต่ออำนาจในการคัดคานกับรัฐบาลชุดเดียวกัน หากมีการขอให้ส่งข้อมูลลูกค้า
"ค่านิยมสำหรับองค์กรธุรกิจนั้นคือการคำนึงถึงลูกค้าเป็นอันดับแรกและยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางเราเองซึ่งเป็นองค์กรธุรกิจจึงต้องปฏิบัติตามกฎกติกาในการทำธุรกิจด้วยเช่นกันสำหรับในกรณีนี้ ผมเองก็ไม่ได้มองว่าความสัมพันธ์อันใกล้ชิดใดๆระหว่างแนวคิดทางการเมืองของตัวผมเองกับการดำเนินธุรกิจอย่างที่เราทำกันอยู่นั้นจะต้องเป็นเรื่องทางธุรกิจผมคิดว่า ผมได้ปฏิบัติอย่างชัดเจนแล้วในตอนนี้เราจะยืนกรานปฏิเสธคำขอนี้อย่างถึงที่สุด" มร.เหรินกล่าวชี้แจงต่อคำถามจากสำนักข่าว CNBC ที่ถามว่าความสัมพันธ์ของเขากับพรรคการเมืองของจีนนั้นมีผลต่อการปฏิเสธคำขอในลักษณะนี้หรือเปล่า
ชื่นชมทรัมป์
ล่าสุด หัวเว่ยต้องเผชิญกับปัญหาความกดดันระดับโลกที่ถาโถมเข้ามาไม่ว่าจะถูกแบนไม่ให้ขายอุปกรณ์ในสหรัฐอเมริกามานานหลายปีจนเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ประเทศอื่น ๆ อาทิ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และญี่ปุ่นพากันกีดกันบริษัทไม่ให้จำหน่ายส่วนประกอบสำหรับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเคลื่อนที่แห่งยุคอนาคตหรือที่รู้จักกันว่าเทคโนโลยี 5G ในขณะที่เมิ่งหว่านโจว ลูกสาวของมร.เหรินและดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของหัวเว่ยก็ถูกจับกุมที่แคนาดาเมื่อเร็ว ๆ นี้ ตามคำขอร้องของทางการสหรัฐอเมริกานางเมิ่งถูกจับกุมในข้อหาฉ้อโกงเกี่ยวกับการทำธุรกรรมโดยมิชอบซึ่งถือว่าเป็นการละเมิดมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐอเมริกาต่ออิหร่าน
แต่ มร.เหริน ก็ยังกล่าวชื่นชมประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา
"สำหรับประธานาธิบดีทรัมป์ในฐานะคนคนหนึ่งผมก็ยังเชื่อว่าเขาเป็นประธานาธิบดีที่ยอดเยี่ยม" มร.เหรินกล่าว "ในแง่ที่ว่าเขากล้าที่จะหั่นมาตรการภาษีและผมคิดว่ามันมีส่วนช่วยให้การพัฒนาอุตสาหกรรมต่าง ๆ ในสหรัฐฯให้เติบโตก้าวหน้าไปได้" ในขณะเดียวกันที่โปแลนด์หน่วยงานด้านกฎหมายได้จับกุมผู้บริหารของหัวเว่ยด้วยข้อกล่าวหาว่าเขาได้สมรู้ร่วมคิดกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นคนหนึ่งสร้างวิธีการที่จะสืบข้อมูลของรัฐบาลโปแลนด์ผ่านอุปกรณ์ของบริษัทในโปแลนด์
มร.เหรินได้รับการสอบถามหลายครั้งในระหว่างการพูดคุยเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาถึงความคิดเห็นของเขาต่อการถูกควบคุมตัวของลูกสาวของเขาแต่เขาก็ปฏิเสธที่จะให้รายละเอียด โดยอ้างว่าคดียังอยู่ในขั้นตอนดำเนินการทางกฎหมายอย่างไรก็ตาม มร.เหริน กล่าวว่า เขา "เชื่อใจ" ระบบกฎหมายของสหรัฐอเมริกาและแคนาดาที่เปิดกว้างและจะเฝ้ารอผลการตัดสินคดีของศาล
"อุปสรรคปัญหาและความยากลำบาก"
มร.เหริน กล่าวว่า ปี 2019อาจจะเป็นปีที่ยากลำบากสำหรับหัวเว่ย ซึ่งรายได้อาจตกลงต่ำกว่าร้อยละ20 และกล่าวด้วยว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้สำหรับทั้งปีอยู่ที่1.25 แสนล้านเหรียญสหรัฐหัวเว่ยยังไม่ได้เปิดเผยรายได้ประจำปี 2018 อย่างเป็นทางการแต่มร.อีริค ซวีหนึ่งในประธานเจ้าหน้าที่บริหารหมุนเวียนตามวาระของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่แห่งนี้ได้กล่าวกับซีเอ็นบีซีเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ว่ายอดขายอาจแตะสูงถึง 1แสนล้านเหรียญสหรัฐ
"ในปี 2019 เราอาจจะต้องเผชิญอุปสรรคปัญหาและความยากลำบากมากมายในตลาดต่างประเทศนั่นจึงเป็นเหตุผลที่ผมเคยพูดไว้ว่า ปีหน้าเราอาจเติบโตได้น้อยกว่าร้อยละ 20"มร.เหริน กล่าว
ปีที่แล้ว แซททีอีบริษัทด้านอุปกรณ์เครือข่ายโทรคมนาคมสัญชาติจีนก็ประสบภาวะยากลำบากหลังจากทางการสหรัฐฯพบว่าบริษัทละเมิดมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่านและเกาหลีเหนือผลคำตัดสินของศาลสหรัฐฯส่งผลให้ราคาหุ้นของแซททีอีร่วงลงมา และหน่วยงานสำคัญ ๆของบริษัทก็ต้องถูกระงับการทำงานหลังรัฐบาลสหรัฐฯสั่งห้ามไม่ให้บริษัทซื้อสินค้าสหรัฐฯเพื่อผลิตอุปกรณ์ของบริษัท
มร.เหริน กล่าวว่าหัวเว่ยคงไม่ต้องตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกับแซททีอีหากบริษัทจะต้องตกอยู่ในสถานการณ์เรื่องการละเมิดการคว่ำบาตรของสหรัฐฯเช่นเดียวกัน
"เราได้ลงทุนอย่างมหาศาลด้านการวิจัยและพัฒนามานานหลายปีดังนั้นสิ่งที่เคยเกิดขึ้นกับแซททีอีจะไม่มีทางเกิดขึ้นกับหัวเว่ยแน่นอน" มร.เหริน กล่าว
ขอขอบคุณข้อมูลจาก -cnbc