เนชั่นทีวี

ข่าว

"ประมาท-ขาดวินัย" สั่งยกเครื่องใหญ่ยุทธวิธีดับไฟใต้

14 ม.ค. 2562 | wanchat

"ประมาท-ขาดวินัย" สั่งยกเครื่องใหญ่ยุทธวิธีดับไฟใต้

ฝ่ายความมั่นคงสรุปบทเรียนเหตุคนร้ายบุกยิงตำรวจเสียชีวิตถึงในโรงพัก สภ.นาประดู่ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี เหตุเกิดกลางวันแสกๆ เมื่อวานนี้ พบช่องโหว่การปฏิบัติหน้าที่ พร้อมสั่งยกเครื่องยุทธการเป็นการด่วน

นี่คือภาพที่บันทึกได้จากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดบริเวณ สภ.นาประดู่ จังหวะที่คนร้ายขี่รถจักรยานยนต์เข้าโจมตีด้วยการกราดยิงใส่ตำรวจทั้งในป้อม รปภ.หน้าโรงพัก และยิงขึ้นไปบนอาคาร ก่อนจะหลบหนีไป


รายงานสรุปเหตุการณ์ที่จัดทำโดยฝ่ายความมั่นคงระบุว่า คนร้ายมากัน 6 คน ใช้รถจักรยานยนต์ 3 คันเป็นพาหนะ ใช้อาวุธอาก้า เอ็ม 16 และปืนพกขนาด 9 มม. การแต่งกายมีหมวกแก๊ปและผ้าปิดปาก ปิดบังใบหน้า

การโจมตี คนร้ายที่มากับรถจักรยานยนต์คันแรก เข้าชาร์จตำรวจที่เข้าเวรบริเวณป้อมหน้าโรงพัก ใช้ปืนยิงเข้าที่ศีรษะจนเสียชีวิต ชิงปืน เอ็มโฟร์ (M4) และเสื้อเกราะไปด้วย

คนร้ายที่มากับรถจักรยานยนต์คันที่ 2 ยิงใส่โรงพัก

คนร้ายที่มากับรถจักรยานยนต์คันที่ 3 จอดรถคุมเชิงอยู่บนถนนด้านนอก และใช้ปืนยิงเข้าใส่ชั้น 2ของโรงพัก

คนร้ายใช้เวลาปฏิบัติการ 32 วินาที โดย สภ.นาประดู่ อยู่ห่างจากกองร้อยทหารพรานที่ 4310 เพียง 1.5 กิโลเมตร หลังเกิดเหตุมีการตั้งด่านตรวจ แต่ไม่พบตัวคนร้าย คาดว่าใช้เส้นทางอื่นหลบหนี

ส่วนการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจที่อยู่ภายในป้อม ปกติจะมีผู้ปฏิบัติงาน 2 นาย แต่ไปรับประทานอาหาร 1 นาย เหลือปฏิบัติหน้าที่อยู่ 1 นาย สภาพไม่มีความพร้อม ถอดเสื้อเกราะ

ส่วนป้อมสูงของโรงพัก ใช้สำหรับสอดส่องความเคลื่อนไหวโดยรอบ ปรากฏว่าไม่มีผู้ใดปฏิบัติหน้าที่อยู่บนป้อม

ข้อสังเกตจากรายงานของฝ่ายความมั่นคงที่สรุปบทเรียนจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็คือ

1.ผู้ก่อเหตุรุนแรงไม่เลือกเป้าหมาย เน้นโจมตีจุดที่มีมาตรการรักษาความปลอดภัยต่ำ หละหลวม ไม่เลือกเวลาในการโจมตี

2.การแจ้งเตือนของฝ่ายเจ้าหน้าที่ ไม่มีการส่งต่อให้ทราบถึงกำลังพลคนสุดท้าย ทำให้ไม่รู้สึกตื่นตัว (alert)

3.กำลังพลส่วนใหญ่ขาดวินัยทางยุทธวิธี เช่น ตามด่านตรวจยืนอยู่คนเดียว , เล่นโทรศัพท์

4.ต้องปรับยุทธวิธีใหม่ ให้มีความพร้อมในเรื่อง "ยามพร้อมยิง" (หมายถึงเจ้าหน้าที่ที่อยู่บนที่สูง คอยสอดส่อง) สัญญาณบอกฝ่าย เพื่อให้ไม่ถูกสวมรอยจากฝ่ายตรงข้ามว่าเป็นฝ่ายเดียวกัน และการตอบโต้ฉับพลันทันทีที่ถูกโจมตี

5.อย่าเน้นคุมเข้มเฉพาะตอนกลางคืน เพราะผู้ก่อเหตุไม่เลือกเวลาและสถานที่

6.ทบทวนระบบการ รปภ.ตนเอง และ รปภ.สถานที่ตั้งหน่วย

รายงานของฝ่ายความมั่นคงยังประเมินว่า สถานการณ์จะรุนแรงต่อเนื่องต่อไป และจะอ่อนไหวมากขึ้น หากผู้บังคับหน่วยระดับยุทธิวิธีและกำลังพลยังไม่มีวินัยมากพอ และไม่มีขีดความสามารถในการรับมือกับยุทธวิธีของฝ่ายผู้ก่อเหตุรุนแรง

มีรายงานว่า ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี พลตำรวจตรี ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ได้มีคำสั่งด่วนให้ พันตำรวจเอก อำไพ ชุ่มช่วย ผู้กำกับการ สภ.นาประดู่ รวมถึงรองผู้กำกับ และสารวัตรสืบสวน เข้ามาช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมส่งผู้ที่มีความเข้าใจพื้นที่ไปปฏิบัติหน้าที่แทน

ข่าวล่าสุด