2) การเปิดโอกาสให้สามารถซื้อประกันสุขภาพของกระทรวงสาธารณสุขควบคู่กับประกันของภาคเอกชน ทดแทนการเข้าอยู่ในระบบของประกันสังคม แนวทางแก้ไขให้เข้าประกันสังคมได้ โดยจ่ายเงินสมทบรายเดือนร่วมกันระหว่างเจ้าของเรือกับแรงงาน ในอัตราร้อยละ 0.5 ของค่าจ้าง ซึ่งจะได้รับการคุ้มครอง 3 กรณี (ขาดรายได้จากการเจ็บป่วย ทุพพลภาพ และเสียชีวิต) กรณีเจ็บป่วยให้ซื้อประกันสุขภาพจาก สธ.ให้ซื้อประกันสุขภาพของ สธ. ควบคู่กับประกันของเอกชนได้ แต่ต้องไม่ต่ำกว่ามาตรฐานที่กำหนด
3) นิยาม "เรือประมงที่ทำการประมงเพื่อการค้า" ยังไม่ชัดเจน ซึ่งเรือประมงพื้นบ้านจะต้องถูกบังคับใช้ตามกฎหมายด้วยหรือไม่ แนวทางแก้ไข ออกประกาศกรมประมงกำหนดขนาดเรือที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานในงานประมง พ.ศ. .... ไม่บังคับใช้กับเรือประมงพื้นบ้าน หรือ เรือขนาดน้อยกว่า 10 GT หรือเรือที่มีการจ้างแรงงานน้อยกว่า 5 คน
4) แนวทางและประเภทเรือที่ต้องขอใบรับรองการตรวจสภาพเรือ แนวทางแก้ไข ออกประกาศกำหนดให้เรือต้องได้รับการตรวจรับรองสภาพความเป็นอยู่ในเรือประมงทุก 5 ปี โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย บังคับใช้กับเรือที่ออกทำการประมงเกิน 3 วัน และมีความยาวตลอดลำ 26.5 ม.ขึ้นไป หรือเรือที่ออกทำการประมงเกิน 3 วัน และเดินเรือเกิน 200 ไมล์ทะเล ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 209 ลำ โดยให้กรมเจ้าท่าจัดทำรายละเอียดการตรวจสภาพความเป็นอยู่ในเรือให้ชัดเจนว่ามีประเด็นอะไรที่ต้องตรวจบ้าง
5) การจัดที่พักอาศัยบนเรือประมงมีผลบังคับใช้กับเรือขนาดและประเภทใดบ้าง แนวทางแก้ไข ออกข้อบังคับกรมเจ้าท่าว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับที่พักอาศัยบนเรือประมงบังคับใช้กับ เรือต่อใหม่ 300 ตันกรอสต์ขึ้นไป หรือเรือดัดแปลงโดยการขยายขนาดตัวเรือ ซึ่งปัจจุบันเรือที่มีขนาด 300 ตันกรอสต์ขึ้นไปมีจำนวน 120 ลำ ในจำนวนนี้ออกทำการประมงอยู่ 68 ลำ