วันที่ 4 มกราคม ย้อนหลังกลับไปเมื่อ 15 ปีที่แล้ว เป็นวันเกิดเหตุการณ์ปล้นปืนครั้งใหญ่ 413 กระบอกจากค่ายทหารในจังหวัดนราธิวาส หลายคนเรียกวันนั้นว่า "วันเสียงปืนแตก" เพราะหลังจากนั้นเป็นต้นมา สถานการณ์ในพื้นที่ก็เปลี่ยนไป กลายเป็นดินแดนมิคสัญญี มีเหตุรุนแรงรูปแบบต่างๆ ทั้งยิง ทั้งเผา ทั้งระเบิด แทบจะรายวัน
ฉะนั้นวันที่ 4 มกราคมปีนี้ คือเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว จึงเป็นวาระครบรอบ "15 ปีปล้นปืน 15 ปีไฟใต้" ซึ่งตลอด 15 ปีของความขัดแย้งและความรุนแรง เต็มไปด้วยความสูญเสีย สถิติตัวเลขแง่มุมต่างๆ ของสถานการณ์ร้ายที่เกิดขึ้น คือภาพสะท้อนของปัญหา และเป็นอุทาหรณ์ว่าความรุนแรงไม่เคยสร้างประโยชน์ให้กับใครเลย วันนี้ล่าความจริงมีข้อมูลชุดนี้มาฝากกัน
สถิติไฟใต้แยกออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ ส่วนแรกคือ เหตุการณ์ความรุนแรงรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 47 จนถึงปลายปี 61 พบว่ามีเหตุรุนแรงทุกประเภทเกิดขึ้นรวมทั้งสิ้น 9,985 เหตุการณ์ แยกกว้างๆ ได้ดังนี้ คุณผู้ชมดูกราฟฟิกบนหน้าจอไปพร้อมกันเลย
- เหตุยิง 4,314 เหตุการณ์
- ซุ่มโจมตี 191 เหตุการณ์
- โจมตีที่ตั้ง (หมายถึงที่ตั้งของเจ้าหน้าที่) 41 เหตุการณ์
- เหตุระเบิด 3,512 เหตุการณ์ แยกเป็นระเบิดแบบวาง 3,303 เหตุการณ์ , แบบขว้าง 182 เหตุการณ์ และอื่นๆ 27 เหตุการณ์
- วางเพลิง 1,514 เหตุการณ์ ในจำนวนนี้เป็นวางเพลิงเผาโรงเรียน 315 เหตุการณ์
- ฆ่าโดยวิธีทารุณ 92 เหตุการณ์ แยกเป็นฆ่าตัดคอ 38 เหตุการณ์ , ฆ่าแล้วเผา 51 เหตุการณ์ , ฆ่าตัดคอแล้วเผา 3 เหตุการณ์
- นอกจากนั้นยังมีการก่อเหตุรุนแรงเพื่อประสงค์ต่ออาวุธ ส่วนใหญ่จะเป็นการชิงปืน 176 เหตุการณ์
- ชุมนุมประท้วง 65 เหตุการณ์
- และทำร้าย 48 เหตุการณ์
เหตุรุนแรงทั้งหมดนี้ไม่รวมการก่อกวน เช่น ยิงรบกวน ขว้างระเบิดเพลิง เผายางรถยนต์ โปรยตะปูเรือใบ ตัดต้นไม้ ถอดน็อตรางรถไฟหรือเสาไฟฟ้า และวางวัตถุต้องสงสัย โดยเหตุการณ์ประเภทก่อกวนนี้ เกิดขึ้นรวมๆ แล้ว 3,582 ครั้ง
สถิติไฟใต้อีกส่วนหนึ่ง คือตัวเลขความสูญเสีย ทั้งเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ ยอดรวมผู้เสียชีวิตตลอด 15 ปีไฟใต้อยู่ที่ 4,011 ราย ได้รับบาดเจ็บ 10,651 ราย แยกตามกลุ่มอาชีพได้ดังนี้
- ประชาชนทั่วไป เสียชีวิต 2,605 ราย บาดเจ็บ 5,943 ราย
- ทหาร เสียชีวิต 578 นาย บาดเจ็บ 2,735 นาย
- ตำรวจ เสียชีวิต 388 นาย บาดเจ็บ 1,599 นาย
- ผู้นำท้องถิ่น เสียชีวิต 241 ราย บาดเจ็บ 170 ราย
- ครู เสียชีวิต 109 ราย บาดเจ็บ 130 ราย
- คนร้าย เสียชีวิต 64 ราย บาดเจ็บ 7 ราย
- ผู้นำศาสนา เสียชีวิต 21 ราย บาดเจ็บ 25 ราย
- เจ้าหน้าที่รถไฟ เสียชีวิต 5 ราย บาดเจ็บ 42 ราย
จะเห็นได้ว่า กลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุรุนแรงมากที่สุดคือประชาชนทั่วไป หรือประชาชนผู้บริสุทธิ์นั่นเอง
อีกหนึ่งประเด็นที่น่าพิจารณาก็คือ การใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งในมิติงานความมั่นคงและงานพัฒนา นับตั้งแต่ปีงบประมาณ 2547 เป็นต้นมา จนถึงปีล่าสุด คือปีงบประมาณ 2562 รวม 16 ปีงบประมาณ ยอดรวมงบดับไฟใต้ทะลุ 3 แสนล้านบาทไปแล้ว
จะเห็นได้ว่า ตั้งแต่งบปี 60 เป็นต้นมา คือในยุค คสช. ตัวเลขงบดับไฟใต้ลดลงอย่างมาก จากที่เคยสูงถึง 2 หมื่นกว่าล้าน ลดลงเหลือ 12,000 ล้านเท่านั้น แต่จริงๆ แล้วงบดับไฟใต้ไม่ได้ลดลง เพราะตัวเลขที่โชว์ในยุค คสข. เป็น "งบแผนงานบูรณาการ" เท่านั้น ไม่รวมงบอื่นๆ เช่น งบเบี้ยเลี้ยง เบี้ยเสี่ยงภัย หรืองบซื้อยุทโธปกรณ์ ซึ่งสมัยก่อนโชว์อยู่ในงบดับไฟใต้ทั้งหมด แต่ คสช.เข้ามาจัดระบบงบประมาณใหม่ตั้งแต่ปี 60 เป็นต้นมา คุณผู้ชมสังเกตงบปี 59 อยู่ในยุค คสช.เหมือนกัน พุ่งไปถึงกว่า 3 หมื่่นล้าน สูงที่สุดตั้งแต่ปี 47 เลยทีเดียว
สำหรับกำลังพลที่ใช้ในภารกิจดับไฟใต้ ในปีงบประมาณ 2562 รวมทั้งหมดอยู่ที่ 39,465 นาย แยกเป็นทหาร 24,004 นาย ตำรวจ 9,809 นาย พลเรือน คือ อส. หรืออาสารักษาดินแดน 5,652 นาย นี่คือกำลังหลักของเจ้าหน้าที่ นอกจากนั้นยังมี "กองกำลังภาคประชาชน" ที่ผ่านการฝึกอบรมจากหน่วยงานความมั่นคงอีก 95,974 คน (เช่น ชรบ. หรือชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน อรม. หรือราษฎรอาสารักษาเมือง) รวมกำลังพลทุกฝ่าย 135,439 นาย ขณะที่ประชาชนในพื้นที่ชายแดนใต้มีเกือบๆ 2 ล้านคน แสดงว่าตอนนี้เรามีกำลังพลติดอาวุธดูแลพื้นที่ เฉลี่ยในอัตราเกือบๆ 1 ต่อ 10 เลยทีเดียว
นี่คือสถิติตัวเลขในทุกๆ มิติของปัญหาไฟใต้ ถามว่าวันนี้ใกล้สงบหรือยัง คำตอบคือ "ยัง" เหตุระเบิดถี่ยิบช่วงก่อนปีใหม่ ทั้งเหตุระเบิดที่หาดสมิหลา เหตุระเบิดต่อเนื่อง 3 วันที่นราธิวาส แถมมีบุกยึดโรงพยาบาลใช้เป็นฐานที่มั่นโจมตีเจ้าหน้าที่อีกต่างหาก แบบนี้คงต้องยอมรับว่าจะดับไฟใต้ให้ได้สนิท คงต้องใช้เวลาอีกนาน