ซึ่งได้เตรียมที่พักพิงสำหรับผู้อพยพ ไว้เรียบร้อยแล้วตำบลละ 2 ถึง 4 จุด โดยมีการกำหนดเป้าหมายในการอพยพคนกว่า 28,000 คน ขณะนี้มีการอพยพไปใกล้เคียงเกือบ 10,000 คนแล้ว เนื่องจากหากเกิดปัญหาขึ้นอย่างเช่นเมื่อมีพายุโซนร้อนที่มีความเร็วแรงลมมากขึ้น และมีฝนตกนั้นจะทำให้การเคลื่อนย้าย ทำได้ลำบากแม้ว่าเจ้าหน้าที่ที่ไปปฏิบัติ จะทำการเคลื่อนย้ายตัวเองเพื่อไปช่วยเหลือประชาชนก็จะทำได้ลำบาก จึงต้องวางกำลังเข้าไปในพื้นที่เลย แต่ขณะนี้ทุกอย่างก็ได้เตรียมการไว้อย่างดีแล้ว โดยทางกรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ไว้ว่าพายุจะขึ้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช แล้วจะเลาะไปตามชายฝั่ง ก่อนจะขึ้นแผ่นดินที่จังหวัดชุมพร จากนั้นจะข้ามไปทางฝั่งอันดามัน ซึ่งคาดว่าในขณะนั้นก็จะลดความรุนแรงลง ขณะเดียวกันก็จะมีผลกระทบจากฝนที่จะแผ่ไปทั่วพื้นที่ภาคใต้
ส่วนในเรื่องของการกระจายข่าวผ่านหอกระจายเสียง พลเอกอนุพงษ์บอกว่า ขณะนี้หอกระจายข่าวสามารถใช้งานได้ ใช้ได้เกือบ 100% นอกจากนี้ยังมีการสื่อสาร ทางเครือข่ายของภาครัฐ และภาคประชาชน นอกจากนี้ยังมีทางฝ่ายทหาร ที่ได้เตรียม ระบบการสื่อสารสำรองไว้เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ในภาพรวมยังไม่มีอะไรที่กังวลไว้สำหรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นนอกเหนือจากสิ่งที่เตรียมการไว้แต่ขณะเดียวกันนายกรัฐมนตรีก็มีความกังวล ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับวิธีการประกอบอาชีพของชาวบ้าน ในเรื่องของภาคการเกษตรและการประมง ซึ่งในช่วงของการเยียวยาหลังพายุผ่านไปนั้นก็จะต้องให้การดูแลเป็นพิเศษ ส่วนในเรื่องของการป้องกันบรรเทาสาธารณภัยนั้น เท่าที่ส่วนตัวเห็น ในพื้นที่ที่มีอยู่นั้นค่อนข้างที่จะบอบบาง และ ไม่น่าจะต้านทานกับแรงลมได้มาก ต่อไปต้องเข้าไปช่วยกันดูแลในยามปกติให้มั่นคงแข็งแรงมากกว่าเดิม
ส่วนปัญหาในเรื่องของการระบายน้ำหลังจากเกิดขึ้นและพายุฝนตกนั้น ต้องชี้แจงว่าขณะนี้ทางหน่วยงานต่างๆได้ส่งเครื่องปั๊มน้ำเพื่อระบายน้ำลงไปในพื้นที่เป็นจำนวนมากซึ่งคาดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร