จ.นครศรีธรรมราช แม้ว่าพายุโซนร้อน ปาบึกจะยังไม่เข้าสู่ฝั่งแต่สถานการเตรียมการรับมือเริ่มมีความพร้อมอย่างเต็มที่ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมาเริ่มมีการอพยพประชาชนจากชุมชนริมชายฝั่งทะเลอ่าวไทยตลอดแนวอำเภอเมือง อำเภอท่าศาลา อำเภอสิชล อำเภอขนอม อำเภอปากพนัง และอำเภอหัวไทรโดยทั้ง 6 อำเภอมียอดรวมการอพยพของประชาชนร่วม 3 หมื่นคนกระจายไปยังศูนย์อพยพชั่วคราวของแต่ละอำเภอที่มีอยู่กว่า 40 จุด
ขณะที่นายไพบูลย์ นาคทิพย์พิมาน นายอำเภอสิชล พร้อมด้วยกำลังทหารร้อยฝึกรบพิเศษที่ 4 เข้าอพยพประชาชนจากชุมชนบ้านฝายท่า หมู่ที่ 1 ต.ทุ่งใส รวมกว่า 2400 คนไปยังโรงเรียนวัดห้วยทรายทอง ซึ่งอยู่ออกไปราว 5 กม.โดยใช้อาคารเรียนของโรงเรียนเป็นที่พักชั่วคราว โดยระบุว่าเจ้าหน้าที่ได้เตรียมความพร้อมตามแผนที่วางไว้ก่อนหน้าแล้ว สามารถดำเนินการอพยพประชาชนใน 9 ตำบลชายฝั่งไปยังศูนย์อพยพได้อย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งเตรียมพร้อมด้านเครื่องอุปโภคบริโภคในศูนย์อพยพไว้ให้ผ่านสถานการณ์ไปได้
ขณะที่นางนงเยาว์ รอดแก้ว ชาวตำบลทุ่งใส ระบุว่าครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ที่ต้องอพยพครั้งแรกสมัยคราวพายุเกย์ ต้องอพยพออกนอกพื้นที่ ครั้งนี้มีความพร้อมของหน่วยราชการสูงกว่ามาก แต่อย่างไรก็ตามยังคงมีความหวาดกลัวกับสถานการณ์ซึ่งขอให้รอดพ้นปลอดภัยส่วนพื้นที่แหลมตะลุมพุก อ.ปากพนัง ซึ่งถูกคาดการณ์ว่าอาจเป็นพื้นที่แนวปะทะของพายุโซนร้อนปาบึก ได้มีการอพยพประชาชนออกนอกพื้นที่อย่างต่อเนื่องโดยไปอาศัยอยู่ที่อาคารโรงยิมเนเซียมเทศบาลเมืองปากพนัง ห่างจากแนวชายฝั่งแหลมตะลุมพุกกว่า 20 กม. โดยส่วนใหญ่นั้นยังคงกังวลกับความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับบ้านเรือน