เนชั่นทีวี

ข่าว

จับตาเศรษฐกิจไทย ปี 2562

02 ม.ค. 2562 | tananya_nak

จับตาเศรษฐกิจไทย ปี 2562

ในช่วงปี 2561 ที่ผ่านมาเห็นได้ว่า หลายภาคส่วนทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ต่างมีการณ์ประเมินการเติบโตของเศรษฐกิจไทย หรือจีดีพี เกินกว่า4% ขณะเดียวกันในปีใหม่ 2562 ก็ยังเชื่อมั่นว่าปัจจัยหนุนสำคัญที่จะส่งให้จีดีพีไทยเติบโตต่อเนื่องยังคงเป็นภาคการส่งออกและการท่องเที่ยว แต่ทั้งนี้ยังคงมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตามองคือ สงครามการค้า ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมกับคุณกรรณิการ์ รุ่งกิจเจริญกุล

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ  หรือ สภาพัฒน์ประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยในปี  2562 จะเติบโตในกรอบ 3.5-4.5%  โดยการส่งออกน่าจะเติบโต 4.6% ส่วนการนำเข้าจะเติบโตราว 6.5% โดยมีแรงสนับสนุนสำคัญ คือ การใช้จ่ายภาคครัวเรือนยังมีแนวโน้มขยายตัวในเกณฑ์ดี / การลงทุนภาครัฐและภาคเอกชนขยายตัวในเกณฑ์ดีต่อเนื่อง /การปรับตัวดีขึ้นของภาคการท่องเที่ยว/การขยายตัวของเศรษฐกิจและปริมาณการค้าโลกที่สามารถสนับสนุนการขยายตัวของการส่งออกได้อย่างต่อเนื่อง และการเปลี่ยนแปลงทิศทางการค้า การผลิต และการลงทุนระหว่างประเทศขณะที่ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) วิรไท สันติประภพ เผยว่า ธปท.มีการประมาณการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจไทย ในปี 2562 คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะโตที่ 4% ปัจจัยหลักยังคงมาจากการส่งออกและการท่องเที่ยว การลงทุนโครงการใหญ่ของภาครัฐและเอกชน


แต่ในขณะเดียวกัน ต้องจับตาปัจจัยภายนอกประเทศ อย่างสงครามการค้าอย่างใกล้ชิด แม้ว่าไทยจะได้รับอานิสงส์ด้านบวกเมื่อมีการย้ายฐานการผลิตจากจีนเข้ามายังไทยก็ตาม นอกจากนี้ยังต้องดูความชัดเจนของ การออกจากสหภาพยุโรปอย่างเป็นทางการของอังกฤษ หรือ "เบรกซิท"  ปัญหาการประท้วงในยุโรป และราคาน้ำมันที่ผันผวน

ส่วนผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย (CIMB) อมรเทพ จาวะลา มองว่า ในปี 2562 เศรษฐกิจไทยยังคงมีการขยายตัวได้ในทิศทางที่ดี ซึ่งคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะยังเติบโตประมาณ 3.5-4.0%  และยังมีสิ่งที่ต้องรอการแก้ไขอีกหลากหลายประการ แม้มีสิ่งดีๆที่รัฐบาลชุดนี้ได้เดินหน้าปฏิรูปเศรษฐกิจไปบ้างแล้ว แต่การปฏิรูปยังไม่สิ้นสุด ยังต้องฝากความหวังกับรัฐบาลชุดต่อไปหลังเลือกตั้ง  ว่าจะเลือกเดินข้างการปฏิรูประยะยาวมากกว่าการใช้นโยบายกระตุ้นระยะสั้นแต่ไม่ยั่งยืน 


ส่วนภาคการส่งออกคาดว่ายังคงเติบโตได้ราว 3-4% จากเศรษฐกิจโลกที่ยังคงเติบโตได้ต่อเนื่อง แม้จะชะลอไปบ้างจากปัญหาสงครามการค้าและการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน 


ทั้งนี้ในปี 2562 ไทยจะเผชิญภาวะสังคมสูงอายุอย่างรวดเร็ว สัดส่วนวัยแรงงานลดลง การออมเพื่อใช้ยามเกษียณไม่เพียงพอ ทักษะแรงงานยังต้องเพิ่มขีดความสามารถ การเติบโตทางเศรษฐกิจยังเต็มไปด้วยความเหลื่อมล้ำของรายได้ ธุรกิจเอสเอ็มอีและฐานรากยังอ่อนแอ
ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) กลินท์ สารสิน เผยว่า ภาพรวมอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจไทยในปี 2562 กกร.ประเมินว่าน่าจะทำได้ไม่ต่ำกว่า 4.0% หรืออยู่ในกรอบประมาณการที่ 4.0-4.3% ขณะที่การส่งออกปี 2562คาดว่าจะขยายตัวในกรอบ 5.0-7.0% จากการส่งออกหมวดสินค้าอุตสาหกรรมและสินค้าเกษตร 


ปัจจัยบวกมาจากการเลือกตั้ง คาดว่าจะมีเงินสะพัดเกิดขึ้นในช่วงต้นปี และเศรษฐกิจไทยน่าจะกลับมาฟื้นตัวได้เป็นปกติ  ในช่วงกลางปี 2562 ส่วนปัจจัยเสี่ยงยังคงต้องจับตาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน
สำหรับ อดีตผู้อำนวยการองค์การการค้าโลกและอดีตเลขาธิการการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา ดร.ศุภชัย พานิชภักดิ์ เผยว่า เศรษฐกิจไทย การเติบโตในปีหน้าจะถึง 4% หรือไม่ ขึ้นอยู่กับภาคการส่งออกและการท่องเที่ยวเป็นหลัก  แต่ไม่อยากให้โฟกัส หรือให้ความสำคัญเฉพาะเรื่องนี้ อยากให้เร่งพัฒนาด้านระบบการศึกษา การเป็นฮับทางการแพทย์  รวมถึงพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ  อีกทั้งยังต้องเร่งดึงนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติ เข้ามาลงทุนและพัฒนาในโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกหรือ อีอีซี ให้เห็นเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ เศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะมีสัญญาณชะลอตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะในปี 2562  ที่จะมีการชะลอตัวเพิ่มขึ้น  ทั้งจากปัญหาสงครามการค้า ที่2 ประเทศยักษ์ใหญ่ทางเศรษฐกิจยังไม่มีความชัดเจนจะดำเนินการอย่างไร  และอาจกลายเป็นสงครามด้านการเมืองได้ 


ขณะที่ภูมิภาคอาเซียน ดูเหมือนว่าประเทศที่จะได้รับอานิสงส์จากสงครามการค้าเนื่องจากอาจมีการย้านฐานการผลิตของผู้ประกอบการจากจีนและสหรัฐนั้น น่าจะเป็นเวียดนามและกัมพูชา เพราะมีความพร้อมด้านแรงงานที่มากกว่า 


ทั้งนี้มองว่าพื้นฐานเศษฐกิจของไทยยังมีพื้นฐานที่ดี อัตราเงินเฟ้อต่ำ อัตราว่างงานต่ำ หนี้สินของรัฐบาลอยู่ในเกณฑ์ต่ำและเงินสำรองของประเทศยังเกินดุลอยู่ อีกทั้งการเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ น่าจะมีส่วนสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและภาคเอกชนได้  ดังนั้นทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้โตอย่างยั่งยืนและเป็นรูปธรรม

ข่าวล่าสุด