เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการเดินทางกลับเข้าสู่วันทำงานปกติหลังผ่านพ้นเทศกาลเฉลิมฉลองต้อนรับปีใหม่ นักท่องเที่ยวจำนวนมากแวะขึ้นมาซื้อของฝาก ช่วยอุดหนุน สินค้า ผลิตภัณฑ์ ของศูนย์กระจายสินค้า โครงการพระราชดำริ ภูขัด-ภูเมี่ยง-ภูสอยดาว ที่ทางโครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริ ได้ขยายโอกาส ทดลองเปิดเป็นศูนย์กระจายสินค้าในช่วงวันส่งท้ายปีเก่าและต้อนรับปีใหม่ โดยนำสินค้าผลิตภัณฑ์ของจากร้านค้าสวัสดิการศูนย์ศิลปะชีพ ภูขัด ภูเมี่ยง ภูสอยดาว อาทิ ผ้าฝ้ายทอมือจากศูนย์ศิลปะชีพ คุกกี้จิ้งหรีด แห่งเดียวในประเทศไทย ผลิตภัณฑ์ของฝากจากกล้วย และผลิตภัณฑ์อื่นๆ อีกหลากหลาย ลงมาทดลองเปิดจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยว เพื่อเป็นการช่วยกระจายสินค้า ในระหว่างวันที่ 31 ธันวาม 2561 1 มกราคม 2562 ปรากฏว่าได้ผลตอบรับดีมาก ในแต่ละวันสามารถจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ต่างได้กว่า 1 หมื่นบาท เลยทีเดียว
นายศุภกุล จันทร์ลา หัวหน้าโครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริ ได้บอกว่า เริ่มต้นจากตนอยากจะช่วยขยายโอกาสให้กับราษฎรบนพื้นที่สูง ภูขัด ภูเมี่ยง ภูสอยดาว ซึ่งเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่ได้จัดตั้งเป็นศูนย์ศิลปะ หลังจากได้มีการขอคืนพื้นที่ป่าบ้านบุ่งผลำ อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก จำนวน 800 ไร่ จากราษฏรที่ได้บุกรุก แผ้วถาง เป็นพื้นที่ทำกิน และราษฏรบนนั้นก็ยอมคืนแต่โดยดีโดยไม่มีเงื่อน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ(ในรัชกาลที่9)จึงได้มีรับสั่งให้จัดตั้งเป็นศูนย์ศิลปะชีพขึ้น ให้ความรู้แก่ราษฏร ในการทอผ้าฝ้ายทอมือ ในการเลี้ยงจิ้งหรีด สร้างเป็นอาชีพ และอื่นๆ อีกมากมายที่สามารถทำเป็นอาชีพได้ โดยที่ไม่ต้องบุกรุกป่า ทำลายป่า และจากนั้นผลิตภัณฑ์สินค้าต่างๆ ที่ราษฏรได้ทำขึ้น ก็จะมาวางจำหน่ายอยู่ที่ร้านค้าสวัสดิการศูนย์ศิลปะชีพ ภูขัด ภูเมี่ยง ภูสอยดาว อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก ซึ่งตนมองว่าสินค้าจากศูนย์ศิลปะชีพนั้นเป็นสินค้า เป็นผลิตภัณฑ์ที่ดีมาก มีมาตรฐาน ชาวบ้านเอง โดยเฉพาะเรื่องการทอผ้าฝ้ายมือนั้น ชิ้นงานประณีต สวยงาม และราคาไม่แพง แต่นักท่องเที่ยวเองกลับไม่ค่อยมีโอกาสได้ขึ้นไปเจอของดีแบบนี้ อาจจะด้วยเส้นทางการเดินทาง และสถานที่ตั้งจำหน่ายค่อนข้างไกล จึงทำให้สินค้าเหล่านั้น ขายได้ยาก ใช้เวลานานกว่าจะขายได้ ราษฏรเองก็ได้รายได้ช้า ตนจึงปรึกษากับทางร้านค้าสวัสดิการศูนย์ศิลปะชีพ ภูขัด ภูเมี่ยง ภูสอยดาว ว่าตนจะช่วยนำสินค้าเหล่านั้นลงมาจำหน่ายที่โครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริภูหินร่องกล้า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ เพราะที่นี่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาพักผ่อนเป็นจำนวนมาก คาดว่าน่าจะขายได้ จึงได้ทดลองจัดตั้งเป็นศูนย์กระจายสินค้าโครงการพระราชดำริ ในพื้นที่ จ.พิษณุโลกขึ้น ซึ่งหากศูนย์กระจายสินค้าแห่งนี้ได้รับการตอบรับที่ดี ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการจำหน่ายสินค้า ก็อาจะมีการปรับปรุงสถานที่ให้เป็นศูนย์กระจายสินค้า โครงการพระราชดำริฯ ในพื้นที่ของสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 และจะมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการต่อไป