จริงๆ แล้วมาตรการต่างๆ ที่ทางภาครัฐออกมาเพื่อบังคับใช้ ก็มีการพัฒนาอยู่เรื่อยๆ แต่คำถามสำคัญคือ มาตรการเหล่านี้สามารถป้องปรามแก้ไขปัญหาความสูญเสียในห้วงเทศกาลได้อย่างมีประสิทธิภาพจริงหรือไม่ และในฐานะประชาชนเราจะมีวิธีเตรียมพร้อมอย่างไร โดยเฉพาะคนที่ต้องใช้รถใช้ถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่
มาตรการป้องกันอุบัติเหตุสำหรับเทศกาลปีใหม่มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงทุกปีเพื่อให้เข้ากับปัจจัยแวดล้อม ในปีนี้มาตรการป้องกันอุบัติเหตุปีใหม่ได้ผ่านมติคณะรัฐมนตรีไปแล้ว เมื่อวันที่ 25 ธันวาคมที่ผ่านมา หลักๆ คือ การรณรงค์ให้ทุกคนปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่ขับรถเร็ว และไม่ดื่มสุรา
พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พูดถึงมาตรการสำหรับปีนี้ว่า นอกจากจะเน้นในเรื่องของการบังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะในถนนสายหลักและสายรองแล้ว สิ่งที่เพิ่มเติมมาก็คือมาตรการกำหนดพื้นที่ที่มีสถิติอุบัติเหตุเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก เรียกว่า พื้นที่สีแดง กับพื้นที่สีส้ม ซึ่งรวมแล้วจะได้จำนวน 144 อำเภอ ที่จะถูกเพิ่มมาตรการต่างๆ ให้มีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้นกว่าปกติ
หลายคนอาจจะสงสัยว่า แล้วพื้นที่สีแดง กับพื้นที่สีส้มที่บอกว่ามีสถิติอุบัติเหตุรุนแรงนั้น รุนแรงแค่ไหนกันแน่ ทีมล่าความจริงได้พูดคุยกับ นายแพทย์ธนะพงศ์ จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน คุณหมอ ธนะพงศ์ ขยายความว่า การแบ่งเขตพื้นที่ มีที่มาจากการเก็บสถิติการเกิดอุบัติเหตุรุนแรงในเทศกาลปีใหม่ย้อนหลังไป 3 ปี โดยเป็นข้อมูลระดับอำเภอ อำเภอไหนมีค่าเฉลี่ยคนบาดเจ็บรุนแรง หรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุมากกว่า 2 รายต่อวัน จะเป็นพื้นที่สีแดง ส่วนอำเภอไหนที่มีค่าเฉลี่ยคนบาดเจ็บและเสียชีวิต 1-2 คนต่อวัน จะเป็นพื้นที่สีส้มให้เราลองนึกภาพแผนที่ประเทศดู พื้นที่สีแดงและสีส้มจะกระจายตัวไปทั่ว และเป็นอำเภอเมืองของจังหวัดใหญ่ๆ หรือไม่ก็เป็นอำเภอทางผ่าน อำเภอรอยต่อ เหตุผลเป็นเพราะบริหารจัดการยาก ทั้งจำนวนประชากรที่มากกว่าพื้นที่ปกติ ความเจริญจากการมีห้างสรรพสินค้า สถานที่สำหรับกิจกรรมรื่นเริงก็มีเยอะ ทั้งหมดนี้เป็นปัจจัยเอื้อให้เกิดอุบัติเหตุ จึงต้องเพิ่มมาตรการเฝ้าระวังเป็นพิเศษ