เนชั่นทีวี

ข่าว

(คลิปข่าว) เจาะ 144 พื้นที่สีส้ม-แดง เสี่ยงอุบัติเหตุแรงรับปีใหม่

31 ธ.ค. 2561 | wanchat

(คลิปข่าว) เจาะ 144 พื้นที่สีส้ม-แดง เสี่ยงอุบัติเหตุแรงรับปีใหม่

วันสุดท้ายของปี 2561 แบบนี้ เชื่อว่าหลายคนคงไปท่องเที่ยวอยู่ต่างประเทศ ต่างจังหวัด บางคนก็กลับบ้านเกิด แน่นอนว่าในห้วงเวลาที่มีการเดินทางกันมากๆ สิ่งสำคัญที่สุดคือความปลอดภัยบนท้องถนน เพราะตัวเลขสถิติต่างๆ ถูกเปิดเผยออกมาเป็นอุทาหรณ์ทุกปี เป็นภาพสะท้อนความร้ายแรงของปัญหา

จริงๆ แล้วมาตรการต่างๆ ที่ทางภาครัฐออกมาเพื่อบังคับใช้ ก็มีการพัฒนาอยู่เรื่อยๆ แต่คำถามสำคัญคือ มาตรการเหล่านี้สามารถป้องปรามแก้ไขปัญหาความสูญเสียในห้วงเทศกาลได้อย่างมีประสิทธิภาพจริงหรือไม่ และในฐานะประชาชนเราจะมีวิธีเตรียมพร้อมอย่างไร โดยเฉพาะคนที่ต้องใช้รถใช้ถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่

มาตรการป้องกันอุบัติเหตุสำหรับเทศกาลปีใหม่มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงทุกปีเพื่อให้เข้ากับปัจจัยแวดล้อม ในปีนี้มาตรการป้องกันอุบัติเหตุปีใหม่ได้ผ่านมติคณะรัฐมนตรีไปแล้ว เมื่อวันที่ 25 ธันวาคมที่ผ่านมา หลักๆ คือ การรณรงค์ให้ทุกคนปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่ขับรถเร็ว และไม่ดื่มสุรา

พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พูดถึงมาตรการสำหรับปีนี้ว่า นอกจากจะเน้นในเรื่องของการบังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะในถนนสายหลักและสายรองแล้ว สิ่งที่เพิ่มเติมมาก็คือมาตรการกำหนดพื้นที่ที่มีสถิติอุบัติเหตุเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก เรียกว่า พื้นที่สีแดง กับพื้นที่สีส้ม ซึ่งรวมแล้วจะได้จำนวน 144 อำเภอ ที่จะถูกเพิ่มมาตรการต่างๆ ให้มีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้นกว่าปกติ

หลายคนอาจจะสงสัยว่า แล้วพื้นที่สีแดง กับพื้นที่สีส้มที่บอกว่ามีสถิติอุบัติเหตุรุนแรงนั้น รุนแรงแค่ไหนกันแน่ ทีมล่าความจริงได้พูดคุยกับ นายแพทย์ธนะพงศ์ จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน คุณหมอ ธนะพงศ์ ขยายความว่า การแบ่งเขตพื้นที่ มีที่มาจากการเก็บสถิติการเกิดอุบัติเหตุรุนแรงในเทศกาลปีใหม่ย้อนหลังไป 3 ปี โดยเป็นข้อมูลระดับอำเภอ อำเภอไหนมีค่าเฉลี่ยคนบาดเจ็บรุนแรง หรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุมากกว่า 2 รายต่อวัน จะเป็นพื้นที่สีแดง ส่วนอำเภอไหนที่มีค่าเฉลี่ยคนบาดเจ็บและเสียชีวิต 1-2 คนต่อวัน จะเป็นพื้นที่สีส้มให้เราลองนึกภาพแผนที่ประเทศดู พื้นที่สีแดงและสีส้มจะกระจายตัวไปทั่ว และเป็นอำเภอเมืองของจังหวัดใหญ่ๆ หรือไม่ก็เป็นอำเภอทางผ่าน อำเภอรอยต่อ เหตุผลเป็นเพราะบริหารจัดการยาก ทั้งจำนวนประชากรที่มากกว่าพื้นที่ปกติ ความเจริญจากการมีห้างสรรพสินค้า สถานที่สำหรับกิจกรรมรื่นเริงก็มีเยอะ ทั้งหมดนี้เป็นปัจจัยเอื้อให้เกิดอุบัติเหตุ จึงต้องเพิ่มมาตรการเฝ้าระวังเป็นพิเศษ

เตรียมพร้อมก่อนสตาร์ท ลดอุบัติเหตุปีใหม่

เรามาดูตรงนี้กันหน่อยว่า สิ่งที่ต้องเฝ้าระวังสำหรับปีนี้มีอะไรบ้าง หลักๆ แล้วแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ 1.การเดินทางและความเสี่ยงบนถนน กับ 2.ความสูญเสียที่เกิดจากการเลี้ยงฉลอง

เริ่มที่ข้อ 1 ความเสี่ยงบนถนน ถือเสียว่าเรามาเช็คความพร้อมกันอีกครั้ง

เวลาเราอยู่บนถนน ระวังขับจี้ท้ายกัน หลายครั้งเบรกไม่ทัน รถก็ชนกันเป็นขบวน บางครั้งผู้ขับขี่มองเห็นข้างหน้ามีอุบัติเหตุ ก็พยายามหักหลบ เบี่ยงไปบริเวณเกาะกลาง แต่หารู้ไม่ว่ามีคนอยู่ตรงนั้น ก็เกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อนอีก บางทีมอเตอร์ไซค์หาทางยูเทิร์นไม่ได้ ต้องวิ่งย้อนศร ก็เสี่ยงที่จะมีการชนเกิดขึ้น ไม่ต่างอะไรกับร้านค้าริมทาง ต้องระวังมีคนจอดซื้อของ และรถคันที่ตามมาจะชนได้ แน่นอนว่าการสังเกตสิ่งรอบข้างคงไม่เพียงพอ ถ้าคนเดินทางไม่ได้เตรียมพร้อมตัวเองไว้ก่อนเดินทางด้วย

มาดูสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับการขับรถทางไกล คือพักผ่อนให้เพียงพอก่อนเดินทาง ปีนี้มีความพิเศษตรงที่ วันที่ 31 ธันวาคมและ 1 มกราคม คือ วัน count down ตรงกับวันจันทร์และอังคาร บางคนต้องรีบกลับมาทำงาน เหนื่อยล้าต่อเนื่อง ไม่สามารถเยียวยาได้ในระยะเวลาสั้นๆ บางคนจะกลับมาทำงาน ก็ยังฉลองก่อนเดินทาง แน่นอนว่ามีแอลกอฮอล์เข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะห้ามใจไม่ได้ นี่ก็ผิดมหันต์

สิ่งที่ควรทำคือ เตรียมร่างกายตัวเองให้พร้อมที่สุด อย่าลืมวางแผนการเดินทาง หากเส้นทางสายหลักมียวดยานคับคั่ง ก็ลองเช็คเส้นทางอื่นที่เป็น "ทางเลี่ยงช่วงเทศกาล" จะมีตำรวจทางหลวงแนะนำไว้หมดแล้ว ส่วนแผนที่ออนไลน์ควรเป็นตัวเลือกสุดท้าย เพราะหลายๆ ครั้งแนะนำเส้นทางที่เราไม่คุ้นเคยเมื่อกายพร้อม ใจพร้อม ยานพาหนะก็ต้องพร้อมด้วย ไม่ต้องรอไปแวะเช็คสภาพรถริมทาง

สิ่งสำคัญที่ต้องเฝ้าระวังต่อมาคือ ช่วงของการเฉลิมฉลอง หลายปีมานี้ช่วงเทศกาลวันหยุดจะยาวนานเป็นพิเศษ เพราะคนทยอยเดินทางก่อนวันหยุดที่ทางรัฐบาลกำหนด ปีนี้คาดการณ์ว่าจะมีวาระพิเศษเพราะใกล้เลือกตั้ง จึงเป็นไปได้ที่จะมีการเลี้ยงฉลองโดยมีสปอนเซอร์เป็นฝ่ายการเมือง ข้อควรระวังคือ แอลกอฮอล์

โชคยังดีที่ปีนี้มีการเพิ่มมาตรการใหม่ คือบังคับตรวจแอลกอฮอร์ทุกคนขับรถทุกครั้งที่เกิดการบาดเจ็บหรือเสียชีวิต นี่จะเป็นดาบสำคัญที่ช่วยได้มากในเทศกาลหยุดยาวครั้งนี้ นอกเหนือจากมาตรการนี้ บางฝ่ายเรียกร้องให้มีผู้รับผิดชอบกรณีเมาแล้วขับจนเป็นเหตุแห่งความสูญเสีย เช่น ถ้ามีคนเมาจากร้านอาหารไปทำให้เกิดอุบัติเหตุ ร้านอาหารนั้นต้องรับผิดชอบ หลายคนบอกตรงกันว่าเป็นข้อเสนอที่ดี แต่น่าเสียดายที่กฎหมายของไทยยังมีข้อจำกัด ยังไปถึงจุดนั้นไม่ได้ วิธีการแก้ไขคือ ต้องเพิ่มด่านตรวจให้มากขึ้น ถ้าเป็นไปได้ก็ควรจะมีด่านตรวจอยู่ใกล้กับสถานบันเทิง และสร้างการรับรู้กับประชาชนว่า ต้องไม่ดื่มเพราะเดี๋ยวเจอด่าน

อีกหนึ่งมาตรการที่บังคับใช้มาเป็นปีแล้วแต่ไม่ค่อยมีคนรู้ก็คือ หากว่าเมาแล้วขับจนทำให้เกิดการชน หรือผู้มีบาดเจ็บเสียชีวิต แม้ว่ารถคันนั้นจะมีประกันชั้น 1 ประกันก็ไม่คุ้มครองความผิดให้ นี่คือสิ่งที่เจ้าหน้าที่ต้องประชาสัมพันธ์ให้คนได้รับรู้ด้วย ท้ายที่สุดหากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น ท่องเอาไว้ว่า "โทรฉุกเฉิน" ดีที่สุด เบอร์โทร 1669 ต้องจำให้ขึ้นใจตลอดเวลา

ข่าวล่าสุด