เนชั่นทีวี

ข่าว

(คลิปข่าว) ลาทีปีจอ...ทดท้อธรรมาภิบาลมหาวิทยาลัย

31 ธ.ค. 2561 | wanchat

(คลิปข่าว) ลาทีปีจอ...ทดท้อธรรมาภิบาลมหาวิทยาลัย

ปัญหาธรรมาภิบาลในวงการอุดมศึกษาปีนี้ ทีแรกเหมือนจะมีความคืบหน้า เพราะมีการประกาศใช้ ม.44 เพิ่มเติมกับมหาวิทยาลัยล้านนา จังหวัดเชียงใหม่ นับเป็นสถาบันอุดมศึกษาแห่งที่ 6 ที่โดนยึดอำนาจการบริหารโดย ม.44 ตั้งแต่รัฐบาลออกคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 39/2559 มาเมื่อ 2 ปีก่อน

แต่ไปๆ มาๆ การแก้ปัญหาธรรมาภิบาลด้วย ม.44 กลับมีรอยด่าง และถูกตั้งคำถามถึงผลสัมฤทธิ์

เพราะช่วงที่รัฐมนตรีศึกษาฯ กับ สกอ. เสนอชื่อมหาวิทยาลัยให้ คสช.ใช้ ม.44 มีหลักฐานชัดเจนว่าเสนอไป 2 มหาวิทยาลัย แต่เวลาประกาศจริงกลับเหลือแค่ 1 มหาวิทยาลัย ท่ามกลางกระแสข่าวมีการวิ่งเต้นล็อบบี้กันจนรอดหวุดหวิด หนำซ้ำเมื่อรอดแล้ว ยังมีการจัดเลี้ยง ประกาศขอบคุณกันผ่านเฟสบุ๊คจนเป็นที่เอิกเกริก

ไม่ว่าเรื่องนี้จะจริงหรือบังเอิญ แต่ก็กลายเป็นจุดด่างพร้อยที่ฉุดความเชื่อมั่นของคณาจารย์ที่มีต่อมาตรการตาม ม.44 จนตกวูบ

หันไปดูมหาวิทยาลัย 5 แห่งทีโดน ม.44 มาครบ 2 ปีแล้ว ถึงวันนี้มีแต่เสียงถามว่า คณะผู้บริหารที่เข้ามาจากผลของ ม.44 ทำงานสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี หรือว่าออกแนวหวงเก้าอี้ เพื่อยื้ออยู่ต่อ

อย่างที่มหาวิทยาลัยบูรพา หนึ่งใน 5 ที่โดน ม.44 ก่อนจะถึงวาระถูกยึดครบ 2 ปีเมื่อหลายเดือนก่อน ก็มีคณาจารย์ออกมาตั้งคำถาม
คำถามที่ดังระงมก็คือ ม.44 แก้ปัญหาธรรมาภิบาลในรั้วมหาวิทยาลัยได้จริงหรือไม่ หรือวันนี้ได้พิสูจน์แล้วว่ามันไม่ใช่ "ยาวิเศษ"

ท่ามกลางกระแสที่คณาจารย์และพนักงานมหาวิทยาลัย ทั้งผิดหวังและยังคงมีความหวังกับอำนาจพิเศษ ปรากฏว่ามีประเด็นที่พิสูจน์ความจริงใจของรัฐบาล คสช.โผล่มาอีกประเด็นหนึ่ง นั่นก็คือการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามประกาศฉบับใหม่ของ ป.ป.ช. ซึ่งปรากฏว่ามีตำแหน่ง "นายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัย" อยู่ในข่ายต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินด้วย

งานนี้ปรากฏว่าฮือฮากันทั้งวงการ โดยเฉพาะฝั่งผู้บริหารที่นำโดยอธิการบดี ออกมานั่งยันนอนยันเลยว่าไม่เห็นด้วย เพราะจะทำให้กรรมการสภามหาวิทยาลัย โดยเฉพาะในกลุ่ม "กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ" ทีเป็นตัวแทนจากภาคเอกชน และมีบุญคุณกับมหาวิทยาลัย เตรียมลาออกกันเป็นจำนวนมาก

เรื่องนี้กลายเป็น "วิวาทะ" เพราะฝ่ายคณาจารย์ที่นำโดยประธานที่ประชุมสภาคณาจารย์และข้าราชการแห่งประเทศไทย หรือ ทปสท. และศูนย์ประสานงานบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ หรือ CHES ออกมาประกาศจุดยืนสนับสนุนให้นายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยของรัฐและมหาวิทยาลัยนอกระบบทุกแห่ง ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. พร้อมเปิดเผยต่อสาธารณะตามกฎหมายใหม่ด้วย
สุดท้ายในวงการมหาวิทยาลัยก็มีความเห็นแตกออกเป็น 2 ฝ่าย ฝ่ายแรกคือคัดค้านการยื่นบัญชีทรัพย์สิน เห็นว่าเป็นการเพิ่มภาระโดยไม่จำเป็นจุกจิกยุ่งยาก กรรมการกลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิมาจากภาคเอกชน ไม่ได้เตรียมตัวมาก่อน ทำให้กลัวยื่นผิดโดยไม่ได้ตั้งใจ ก็จะกลายเป็นเรื่องขึ้นมา รวมทั้งตำแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยก็ไม่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้าง และในทางปฏิบัติไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับการอนุมัติงบประมาณของมหาวิทยาลัย จึงไม่จำเป็นต้องแสดงบัญชีทรัพย์สิน ที่สำคัญหากกรรมการสภามหาวิทยาลัยพร้อมใจกันลาออกจำนวนมาก ย่อมส่งผลกับการขับเคลื่อนงานของสถาบันอย่างแน่นอน

ขณะที่ทางฝ่ายสนับสนุนให้กรรมการสภามหาวิทยาลัยยื่นบัญชีทรัพย์สิน ก็มองว่าไม่เป็นการเพิ่มภาระ ไม่จุกจิก ไม่ยุ่งยาก เพราะ ป.ป.ช.มีเวลาให้เตรียมตัว หากมีกรรมการคนใดลาออก ก็ตั้งใหม่ได้ มีคนใหม่ๆ พร้อมทำงาน ที่สำคัญกฎหมายเขียนเอาไว้ชัดว่าสภามหาวิทยาลัยมีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณ

ในที่สุด คสช.ก็ผ่าทางตันด้วยการออก ม.44 ให้ ป.ป.ช. "รีเซ็ต" ประกาศใหม่ ว่าตำแหน่งใดควรยื่นบัญชีทรัพย์สินบ้าง ทำให้ฝั่งคณาจารย์ออกมาเคลื่อนไหวแรง เพราะถือเป็นการใช้อำนาจพิเศษแทรกแซงองค์กรอิสระ พร้อมตั้งคำถาม...ไหนว่าจะเป็นรัฐบาลปราบโกง

อีกประเด็นหนึ่งที่วิจารณ์กันหนาหู ก็คือปัญหาเรื่องยื่นบัญชีทรัพย์สิน มีกระแสไม่ถึง 2 เดือน คสช.ก็รีบออก ม.44 อุ้มให้ทันที แต่ทีปัญหาการหักหัวคิวเงินเดือนพนักงานมหาวิทยาลัย จนเดือดร้อนกันถ้วนหน้ามาตั้งแต่ปี 42 หรือราวๆ 19 ปีมาแล้ว หนำซ้ำยังมีผู้ได้รับผลกระทบหลักแสนคน กลับไม่ได้รับความสนใจช่วยเหลือจากรัฐบาล

หรือนี่คือรากเหง้าปัญหาธรรมาภิบาลที่แท้จริง?

ข่าวล่าสุด