ปัญหาคนรุกป่า ราษฎรไม่มีที่ทำกิน นับเป็นปัญหาที่เรื้อรังมากว่า 10 ปี แม้รัฐบาลจะแก้ไขปัญหาด้วยการประกาศมติครม. เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 2541 แต่กลับพบว่าผ่านมากว่า 20 ปีปัญหานี้ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไช ตรงกันข้ามกลับทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งกลางปี 2561 เกิดการรวมกลุ่มของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือพีมูฟ ที่ออกมาเดินขบวนเรียกร้องให้ภาครัฐแก้ไขปัญหานี้
ความเดือดร้อนของราษฎรในครั้งนั้น ส่งผ่านไปถึงรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่กำหนดให้ปัญหาการครอบครองที่ดินของราษฎรในเขตป่าอนุรักษ์อยู่ในแผนปฏิรูปประเทศ และมอบหมายให้กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชวางแนวทางแก้ปัญหา กระทั่งครม. มีมติเมื่อวันที่ 26 พ.ย. 2561 เห็นชอบในการแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยและทํากินในพื้นที่ป่าไม้ทุกประเภท ซึ่งจะมีการแก้กฎหมาย พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 เพื่ออนุญาตให้ราษฎรอยู่อาศัยและใช้ประโยชน์อย่างเกื้อกูลธรรมชาติภายในป่าอนุรักษ์ได้เป็นครั้งแรกของประเทศ หมู่บ้านพะโท ต.แม่กิ๊ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน ได้รับคัดเลือกให้เป็นต้นเเบบบริหารจัดการพื้นที่ที่คนสามารถอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างยั่งยืน เนื่องจากมีคุณสมบัติครบถ้วน ทั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยเวียงหล้า ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1 และชั้น 2 มีความเปราะบางทางสิ่งแวดล้อม เสี่ยงต่อการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินได้ง่ายและรุนแรง อีกทั้งชาวบ้านยังอาศัยทำกินมาอย่างยาวนานถึง 4 ชั่วอายุคน นอกจากนี้ชาวบ้านพะโทยังมีขนบธรรมเนียมการอนุรักษ์ป่าโดยชุมชน ทำให้กรมอุทยานฯ มั่นใจว่า หลังแบ่งแนวเขตป่าให้ชาวบ้านได้อาศัยทำกินแล้ว พวกเขาจะสามารถปกป้องดูแลผืนป่า และเป็นหูเป็นตาให้เจ้าหน้าที่ได้