อดีตผู้บริหารระดับรองอธิการบดีของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ซึ่งก็หักเงินเดือน เดือนละ 7,000 อธิบายว่า ทางมหาวิทยาลัยหักเงินไว้เป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ และเป็นสวัสดิการของพนักงานมหาวิทยาลัย แต่สำหรับบางสถาบันที่มีรายได้มากๆ ก็จะตั้งเป็นกองทุนสำรองเลี้ยงชีพขึ้นมา โดยมหาวิทยาลัยจ่ายสมทบเพิ่มให้กับพนักงานไม่ใช่เฉพาะมหาวิทยาลัยเท่านั้นที่ทำลักษณะนี้ แต่หน่วยงานรัฐหน่วยอื่นที่มีตำแหน่งงานใหม่ๆ ที่ไม่ใช่ข้าราชการ ก็หักเงินเดือนด้วยวัตถุประสงค์เดียวกัน
เท่าที่ "ล่าความจริง" รวบรวมข้อมูลมาจากหลายๆ สถาบัน พบว่าต้องเผชิญปัญหานี้แตกต่างกันไป เราแยกย่อยเป็นกลุ่มๆ ดังนี้กลุ่มแรก โดนมหาวิทยาลัยหักเงินแบบไม่แจ้งเหตุผล หักไปเฉยๆ กลุ่มนี้เป็นสายผู้สอน ถ้าเป็นสายสนับสนุนก็ได้แค่ 1.2 เท่า จากที่ต้องได้ 1.5 เท่า คือจะหายไปราวๆ 0.3 เท่า พนักงานมหาวิทยาลัยกลุ่มนี้ นับรวมกลุ่มที่โอนย้ายมาจากข้าราชการ ช่วงที่มหาวิทยาลัยบางแห่งออกนอกระบบราชการด้วย
กลุ่มที่สอง โดนหักเงินเดือนอย่างน้อย 6% แบบไม่แจ้งล่วงหน้า ไม่ระบุในสัญญาจ้าง มีแต่แจ้งด้วยวาจาว่าหักเข้าสหกรณ์ออมทรัพย์ เพื่อเป็นเงินออม กลุ่มนี้ บางมหาวิทยาลัยมีพนักงานรวมตัวโวยวาย บางมหาวิทยาลัยก็ยอมคืนเงิน แต่ส่วนใหญ่จะโอนไปเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพแทน
กลุ่มที่สาม ต่อเนื่องจากกลุ่มที่ 2 คือ หักเงินเดือนเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ บางมหาวิทยาลัยก็มีอยู่ก่อนแล้ว บางมหาวิทยาลัยก็ตั้งขึ้นเพื่อแก้ปัญหาเรื่องสหกรณ์ โดยการตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ จะมีการสร้างแรงจูงใจใหม่ๆ ว่า มหาวิทยาลัยจะจ่ายสมทบเงินเป็นผลประโยชน์ให้กับพนักงานด้วย ถือว่าดีกว่าสหกรณ์ ซึ่งจะมีแต่เงินของพนักงานออมไว้เท่านั้น