ที่ผ่านมา ฝ่ายความมั่นคงมองว่ากลุ่มก่อความไม่สงบที่เคลื่อนไหวก่อเหตุในอำเภอหาดใหญ่ กับอำเภอเมืองสงขลา เป็นกลุ่มเดียวกันหรือมีความเชื่อมโยงกัน แต่เครือข่ายกลุ่มป่วนใต้ชุดนี้ถูกจับกุมไปเป็นจำนวนมาก ทำให้สถานการณ์ที่อำเภอเมืองสงขลาเงียบสงบมานานถึง 10 ปี ส่วนที่หาดใหญ่ก็ไม่มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นนานหลายปีแล้วเช่นกัน
แต่การที่รูปแบบของระเบิดที่คนร้ายใช้มีความคล้ายคลึงกับการสร้างสถานการณ์ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ไม่ได้หมายความว่าการลอบวางระเบิดจะเป็นฝีมือของขบวนการแบ่งแยกดินแดน หรือเป็นการส่งสัญญาณขยายพื้นที่ของผู้ก่อความไม่สงบแบบ 100% เพราะยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่น่าจะเป็นสาเหตุได้อีก ขณะที่คนในขบวนการก่อความไม่สงบเองก็เคยถูกจ้างวานให้ก่อเหตุด้วยวัตถุประสงค์อื่นเช่นกัน
โดยเหตุปัจจัยที่อาจมีความเกี่ยวข้องกับการสร้างสถานการณ์ครั้งนี้ได้ มีทั้งปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองของกลุ่มการเมืองในพื้นที่ การทำลายบรรยากาศช่วงใกล้เลือกตั้ง การดิสเครดิตรัฐบาลและ คสช.การก่อเหตุเพื่อทำลายภาพลักษณ์การท่องเที่ยวในช่วงใกล้เทศกาลปีใหม่ เนื่องจากเมื่อวันที่ 16 ธันวาคมที่ผ่านมานี้เอง พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.เพิ่งลงพื้นที่ชายแดนใต้ และมอบนโยบายอย่างมีนัยสำคัญให้เพิ่มมาตรการดูแลความปลอดภัยช่วงปีใหม่ โดยเฉพาะในพื้นที่ 8 เมืองเศรษฐกิจ ซึ่งมีอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา รวมอยู่ด้วย
นอกจากนั้นช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ยังใกล้เคียงกับวาระครบรอบ 15 ปีเหตุการณ์ปล้นปืน 413 กระบอกจากค่ายทหารใน อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2547 ด้วยนี่เป็นอีกครั้งที่ผู้ไม่หวังดี ไม่ว่าจะกลุ่มไหนก็ตาม เลือกจังหวะเวลาก่อเหตุที่สามารถสร้างความสับสนให้กับเจ้าหน้าที่ได้อย่างแยบยล แต่ประเด็นที่น่าจับตาก็คือ การฟันธงแบบไม่ลังเลของ "บิ๊กป้อม" พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่สรุปอย่างรวดเร็วว่างานนี้เป็นเรื่องการเมือง ก็ต้องรอดูว่าจะเป็นการพูดเพื่อหวังผลทางการเมือง หรือจะขยายผลขุดรากถอนโคนแก๊งป่วนรับจ้างให้หมดสิ้นไปเสียที