ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์ ผู้ว่าฯ สงขลา ลงตรวจพื้นที่เกิดเหตุร่วมกับเจ้าหน้าที่ชุด EOD หรือชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดของตำรวจภูธรจังหวัด ปรากฏว่า จากการเข้าเคลียร์พื้นที่บริเวณจุดเกิดเหตุพบระเบิดเพิ่มอีก 4 ลูก โดย 1 ลูก พบข้างถังขยะ ส่วนอีก 3 ลูก วางอยู่ใกล้ๆ กัน รวมระเบิดทั้งหมดที่คนร้ายนำมาวางไว้มี 6 ลูก ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เก็บกู้ทำลายหมดแล้ว
จากการตรวจสอบวัตถุระเบิดของเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดกองกำกับการปฏิบัติการปฏิบัติการพิเศษตำรวจภูธร จ.สงขลา พบเป็นระเบิดแสวงเครื่องจุดระเบิดด้วยการตั้งเวลา และจากการประเมินสถานการณ์ของหน่วยข่าวด้านความมั่นคงคาดการณ์ว่าน่าจะเป็นฝีมือของกลุ่มบีอาร์เอ็น เนื่องจากก่อนหน้านี้พบความเคลื่อนไหวของแกนนำเข้ามาประชุมที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.จะนะ จ.สงขลา และได้มีการแจ้งเตือนให้ทุกฝ่ายเตรียมพร้อมรับสถานการณ์
ส่วนเป้าหมายของการก่อเหตุคนร้ายน่าจะมีเป้าหมายต้องการทำลายด้านเศรษฐกิจการค้าการท่องเที่ยวของจ.สงขลาในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยเฉพาะการวางระเบิดรูปปั้นนางเงือกที่เป็นสัญลักษณ์ของการท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา ที่เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยมาเลเซียและสิงคโปร์ เพราะจะนิยมไปถ่ายรูปเป็นที่ระลึกเมื่อมาเที่ยวที่จ.สงขลา รวมทั้งเป็นการตอบโต้มาตรการปราบปรามสินค้าหนีภาษีบริเวณแนวชายแดนไทยมาเลเซีย ที่ได้ผลทำให้กลุ่มก่อความไม่สงบเสียผลประโยชน์
ด้าน นายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์ ผู้ว่าฯ สงขลา เผยขณะนี้จำเป็นต้องปิดพื้นที่ชายหาดแหลมสมิหลาในระยะ 400 เมตร อีกระยะหนึ่งเพื่อให้ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดเคลียร์พื้นที่จนกว่าจะแน่ใจว่าปลอดภัยสูงสุด และวางแผนซ่อมแซมรูปปั้นนางเงือกที่ถูกวางระเบิดเสียหายซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดสงขลา พร้อมสั่งการให้ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยพื้นที่เสี่ยงของ จ.สงขลา สูงสุด โดยเฉพาะในอำเภอหาดใหญ่ ซึ่งจะมีการจัดงานเคาท์ดาวน์เพื่อเร่งสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว